บทความวิชาการ

ตอน…. แต่งกายชุดพื้นเมืองทุกวันศุกร์ไป...ทำไม?/ ชมสไลด์ ผ้าพื้นเมือง ( ที่ กล่าวถึง)

 

                  หัวข้ออื่นๆในหน้านี้
            วันที่ปรับปรุงครั้งสุดท้าย     

1

ฉบับที่ 1 ภาคเรียนที่ 1/2551

2

ร้องเรียน ฉบับที่ 2/2551 7.11.08

3

เชิญชม.นิทรรศการ “หมามอง...มองหมา” จัดแสดง ณ Gossip Gallery สุขุมวิท 28 จนถึงวันที่ 18 ม.ค. 2552 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.30-20.30 น(ล่าง) 03.01.09
4

บทความวิชาการ   พิจารณ์ การจัดต้งสถาบันของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่เน้นสาขาใดสาขาหนึ่ง(ให้เลิศ)เช่นวอศ ลป จะผลักดันสาขาบัญชี เปิด ป.ตรี  การผลักดันดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุทำให้วิสัยทัศน์และพันธกิจของสำนักงานคณะกรรมการ

การอาชีวศึกษาที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 6 ยุทธศาสตร์ 35 กลยุทธ์  ดังนี้ไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมาย ได้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นความ

ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง(แผนปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2552

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา)xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />

28.02.09
5 การพิจารณาความดีความชอบวอศ ลป    1เมย.52นี้

วางตัวครูแผนกบัญชีให้ได้ 2 ขั้น  ทั้งหมด  4 คน นำทีมโดย หัวหน้างานการเงิน(บ่อยมาก)

17 เมย 52

 

  
    

 

 

 

บทความวิชาการ

ตอน…. แต่งกายชุดพื้นเมืองทุกวันศุกร์ไป...ทำไม?

www.industrialclothingdesign.com:open room สถานที่เกิดของขบวนการสร้างสรรค์           

 

 

ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกชุดพื้นเมืองแบบไหนดี

ขอฝากข้อคิดไว้………… พิจารณา ……………ดังนี้

 

 

 

ผ้าทอลำปางสวยๆ ทำไมไม่เลือก   แล้วเราจะปลูกฝังให้วัยรุ่น....รักษ์วัฒนธรรม(ทอผ้าล้านนา)ด้วยเหตุผลอะไร???
 

ภาพชุดพื้นเมืองวอศ.ลำปางปัจจุบัน

 

 

แต่งกายชุดพื้นเมืองไปทำไม

   -เพื่อเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย(ล้านนา) ชุดนี้ใช่หรือไม่

-เพื่อเป็นการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมไทย(ล้านนา)ชุดนี้ ใช่หรือไม่

  -เพื่อเป็นการพัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทย(ล้านนา)ชุดนี้ ใช่หรือไม่

 

ข้อมูลต่อไปนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาตัดสินใจในการเลือกแบบเสื้อผ้าชุดพื้นเมืองเพื่อให้นักเรียน-นักศึกษาสวมใส่ทุกวันศุกร์

 ( วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง)

-เสียงโหวตจำนวนมาก

-แต่งกายให้เหมือนๆกันเพื่อความเป็น ระเบียบเรียบร้อย

-สวมใส่สบาย

-ไฮโซ

-ทันสมัย

อนึ่ง เมื่อวันพุธที่ 5  มีนาคม 2551 เวลา 10.00-12.00 น ได้มีการประชุมครู ก่อนปิดภาคเรียน ณ ห้องโสต

มีเรื่องหนึ่ง ที่นำเสนอในที่ประชุมครู ตือ การแต่งกายชุดพื้นเมือง ของ นักเรียน-นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง

ในที่ประชุม  แจ้งว่าเราจะซื้อผ้าเพื่อนำมาตัดชุดพื้นเมืองจาก จ  แพร่ มา ใช้เป็นแบบฟอร์ม ขาย ให้ นร. นศ.วอศ .ลำปาง ใส่ 

(เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่งกายเหมือนๆกัน)กลุ่มแม่บ้านทอผ้า จ. ลำปางจึงขาดรายได้และที่สำคัญ ผ้าทอที่เกิดจากภูมิปัญญา

ของบ้านเกิดเมืองนอน ของนักเรียน-นักศึกษาเอง(ซึ่งแต่และบ้านๆ มีความงาม ..นศ.เอง  ก็ควร จะนำผ้าทอดังกล่าว มาสวมใส่ เพื่อเผยแพร่ และอนุรักษ์ ศิลปพื้นบ้าน     ซึ่งมีความงาม  หลากหลายกันไป  )

เพื่อเป็นการ  กระจายรายได้ สู่กลุ่มทอผ้า  อย่างแท้จริง

พอนศ ขึ้น ระดับสูงขึ้น   เขาจะได้พัฒนาสินค้าท้องถิ่น ต่อยอด..ให้..เทียบเท่าสากล   ต่อไป

 

อนึ่ง..ข้าพเจ้าเคย...อ่านบทความๆหนึ่งเกี่ยวกับ การพัฒนาข้าราชการยุคใหม่  มี 4-  หรือ 5ข้อ ขออภัยจำได้ไม่หมด

แต่จำได้เฉพาะข้อแรก และ ข้อสุดท้าย  นะค๊ะ

ข้อแรก..เขียนไว้ว่า  ข้าราชการยุคใหม่  ต้อง คำนึงถึง ประโยชน์สุข  ปากท้อง  อำนวยสุข คำนึงถึง ผลประโยชน์ ของประชาชน(ท้องถิ่น) ทีตน มารับใช้    ก่อนข้ออื่น เพื่อให้เขาอยู่ดี กินดี 

ข้อสอง.....????

ข้อสาม...??????

ข้อสี่... ??????

และ..ข้อสุดท้าย.. ลด ..กฎ  ระเบียบ..ทาง..ราชการ .... ลงๆๆๆ เพื่อไม่  ทำให้เกิดปัญหา  .กับประชาชน...

ท่านคิดอย่างไร ????

มีระเบียบ ดี เน๊อะ..ขออภัย..หากไม่สุภาพ.....

อ่านต่อคลิ๊กที่นี่

 หลากสี  เรียบร้อย..มีระเบียบ.    แม้จะมองแล้วสูงๆ  ตำๆ ก็ยังมีข้อ 1 นะค๊ะ

สีเดียวเรียบร้อย มีระเบียบ    มันก็แค่มอง..แต่ไม่มี...ข้อ 1  ค่ะ   ขออภัย..ด้วยความเคารพ...ค่ะ..

 

 

                     

      

        

 

     

 

แหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น เขตพื้นที่การศึกษา ลำปาง เขต 2

 

 

 

 

ลำดับที่ เขตพื้นที่การศึกษา ประเภท หมวด ชื่อเรื่อง แหล่งภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่อยู่
1 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าสไบ  ตีนจก กลุ่มทอผ้าสไบตีนจก 146  หมู่9  ต.เสริมซ้าย  อ.เสริมงาม   จ.ลำปาง
2 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้า ชาวบ้านนาต๋ม บ้านนาต๋ม  หมู่2  ต.บ้านกิ่ว  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
3 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้า นางกาบคำ  วรรณสุวงศ์ บ้านสามขา  หมู่6  ต.หัวเสือ  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
4 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้า นางกาบจันทร์  สายนวล หมู่2  ต.แม่กัวะ  อ.สบปราบ  จ.ลำปาง
5 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทำหมอนผ้า นางเกี๋ยง  ไฝแก้ว บ้านนาเอี้ยง  หมู่7  ต.เสริมกลาง  อ.เสริมงาม  จ.ลำปาง 
6 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าพื้นเมืองด้วยมือ นางจันทร์สม  โชคชัย 171  หมู่1  ต.เสริมกลาง  อ.เสริมงาม  จ.ลำปาง
7 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าด้วยกี่กระตุก นางต่อมแก้ว  เรือนเหลือก 74/2  หมู่7  บ้านห้วยขี้นก  ต.แม่พริก  อ.แม่พริก  จ.ลำปาง
8 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าฝ้าย นางติ่ง  ผันเครือ 16  หมู่5  ต.เถินบุรี   อ.เถิน  จ.ลำปาง
9 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การปั่นฝ้ายเพื่อนำมาทอผ้าพื้นเมือง นางธุม  พุทธวงศ์ บ้านนาดง  93  หมู่4  ต.วังเงิ  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
10 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าตีนจกและผ้าผ้าย นางบัวเกี๋ยง  ยาวุฒิ กลุ่มทอผ้าตีนจกและทอผ้าฝ้าย  146  บ้านน้ำโทก  หมู่4  ต.แม่ทะ  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง 52150
11 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าสไบ  ผ้าตีนจก นางบุญเพ็ง ลืมตา กลุ่มแม่บ้านบ้านนาดง  หมู่4  ต.วังเงิน  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
12 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าตีนจก นางปราณี  สุพรรณ 3/1  หมู่7  ต.สันดอนแก้ว  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
13 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การถักเสื้อ  นางปีแก้ว  สืบอ้าย บ้านนางนพพร  ยะฟู  282/2  หมู่1  บ้านหล่าย  ต.สบปราบ  อ.สบปราบ  จ.ลำปาง
14 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าพื้นเมือง นางฝัน  สมเมืองมา 47/2  หมู่1  ต.สันดอนแก้ว  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง 52150
15 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้า นางพิมพ์พรรณ  โสมะ หมู่2  ต.หัวเสือ  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
16 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าพื้นเมือง นางไพณี  เตจ๊ะสุภา บ้านปงกา  หมู่3  ต.แม่กัวะ  อ.สบปราบ  จ.ลำปาง
17 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้า นางวิรัญญา  สุรินทร์ กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง  75/4  หมู่1  ต.สันดอนแก้ว  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง 52110
18 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าลายตีนจก นางศรีแก้ว  ทองเตจา 48  หมู่4  ต.สันดอนแก้ว  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง 52150
19 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าลายสุโขทัย นางศรีนวล  วงศ์ทองจันทร์ หมู่2  ต.บ้านกิ่ว  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
20 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้า นางศรีวุ่น  กันทิยะ บ้านวังยาว  14/2  หมู่1  ต.แม่กัวะ  อ.สบปราบ  จ.ลำปาง
21 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้า นางสีเลา  วงศ์จักรคำ 183  หมู่10  ต.บ้านกิ่ว  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง
22 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าชาวเขา นางไหล  พรม บ้านแม่เลียงพัฒนา  หมู่6  ต.เสริมขวา  อ.เสริมงาม  จ.ลำปาง
23 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าตีนจก ผ้าพื้น นางอำไพ  ทินชัย 31  หมู่2  ต.สมัย  อ.สบปราบ  จ.ลำปาง
24 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การทอผ้าพื้นเมือง นางอุไร  ใหม่ยศ บ้านเข้าซ้อน  หมู่1  ต.ไหล่หิน  อ.เกาะคา  จ.ลำปาง
25 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การถักแห นายแก้ว  อุดแคร บ้านแม่เชียงรายบน  อ.แม่พริก  จ.ลำปาง
26 ลำปาง เขต 2 หัตถกรรมและอุตสาหกรรม การทอ การย้อม การถัก การเย็บ การถักแห นายอ้วน  สุภาจันทร์ 30  หมู่5  ต.พระบาทวังตวง  อ.แม่พริก  จ.ลำปาง 52180

หมายเหตุ    เรียนฝากคนลำปางที่แท้จริงร่วมสนับสนุน

การจัดการเรียน-การสอนแผนกผ้าและเครื่องแต่งกาย วอศ. ลำปาง ด้วย จักขอบพระคุณยิ่ง        

 

ภาพชุดพื้นเมือง ปวช. ค่าฝีมือตัดเย็บ(เฉพาะผ้าซิ่นวางแบบตัด - ส่งมอบงานสหกรณ์ ตัวละ 25 บาท)

จำหน่ายชุดละ   325    บาท

 

 

 

 

ผ้าทอลำปางสวยๆ ทำไมไม่เลือก   แล้วเราจะปลูกฝังให้วัยรุ่น....รักษ์วัฒนธรรม(ทอผ้าล้านนา)ด้วยเหตุผลอะไร???

อนึ่ง เมื่อวันพุธที่ 5  มีนาคม 2551 เวลา 10.00-12.00 น ได้มีการประชุมครู ก่อนปิดภาคเรียน ณ ห้องโสต

มีเรื่องหนึ่ง ที่นำเสนอในที่ประชุมครู ตือ การแต่งกายชุดพื้นเมือง ของ นักเรียน-นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง

ในที่ประชุม  แจ้งว่าเราจะซื้อผ้าที่จะนำมาตัด ชุดพื้นเมืองจาก จังหวัดอื่น    ฯมา ใช้เป็นแบบฟอร์ม ขาย ให้ นร. นศ.วอศ .ลำปาง ใส่

http://region3.prd.go.th/ct/news/viewnews.php?ID=090307150252

จังหวัดแพร่เตรียมทำประชาพิจารณ์ วิวัฒนาการการแต่งกายของคนเมืองแพร่ 11 มีนาคม นี้
จังหวัดแพร่เตรียมทำประชาพิจารณ์ วิวัฒนาการการแต่งกายของคนเมืองแพร่ 11 มีนาคม นี้

ว่าที่ร้อยตรีพงษ์ศักดิ์ พลายเวช ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ประชุมคณะกรรมการดำเนินการสืบค้นและจัดทำเอกสารเรื่องการแต่งกายของชาวเมืองแพร่ในอดีต เนื่องจากปัจจุบันจังหวัดแพร่ยังไม่มีชุดแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด จังหวัดแพร่จึงได้จัดสรรงบประมาณ (งบพัฒนาจังหวัด)ประจำปี 2552 จำนวน เงิน 200,000 บาท เพื่อจะได้นำไปศึกษาสืบค้นและจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการแต่งกายของชาวเมืองแพร่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน กำหนดเป็นรูปแบบของการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ ผลการประชุมได้กำหนดให้ทำประชาพิจารณ์ หัวข้อ วิวัฒนาการการแต่งกายของคนเมืองแพร่ ในวันที่ 11 มีนาคม 2552 เวลา 08.00 น. ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ จังหวัดแพร่ จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมการประชาพิจารณ์ในครั้งนี้ ตาม วัน เวลา และสถานที่ ดังกล่าว โดยขอความร่วมมือผู้ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์ขอให้แต่งกายชุดประจำถิ่นของตนเอง สำหรับผลของการประชาพิจารณ์ จะนำไปแสดงแบบการแต่งกายของชาวเมืองแพร่ ในงาน อมตะวรรณกรรมแห่งความรัก (เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย) วันที่ 2 เมษายน 2552 ณ อุทยานลิลิตพระลอ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ต่อไป ทั้งนี้สถานีวิยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแพร่ จะทำการถ่ายทอดเสียงการทำประชาพิจารณ์ฯ ในวันที่ 11 มีนาคม 2552 เวลา 09.00-12.00 น. ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่

  ข่าวโดย : จันทร์เพ็ญ อิ่นคำมูล
  หน่วยงาน : สวท.แพร่

 

www.industrialclothingdesign.com:  open  room  สถานที่เกิดของขบวนการสร้างสรรค์ by surape-e@hotmail

ขอสนับสนุนโครงการดังกล่าว ด้วยความจริงใจ และขออนุญาตนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ

วิวัฒนาการการแต่งกายของคนเมืองแพร่

เพิ่มเติมจากหนังสือผ้าไทย

รายละเอียด  คลิ๊กที่นี่

 

 

 

 

 

หมายเหตุ     ข้าพเจ้าขอแสดงความคิดเห็นแบบ/ สี /ลายผ้าที่นำมาตัดชุดพื้นเมืองให้นักศึกษาวอศ.ลำปาง  สวมใส่  ดังต่อไปนี้

 

1 .  ไม่สามารถอธิบาย/สร้างภาพลักษณ์ขององค์กรได้    ทั้งสี /แบบ   ไม่ชัดเจน

      ไม่ทราบว่าผู้บริหารวอศ.ลำปางต้องการ สื่อ ชุดพื้นเมือง ที่ ท่านกำหนด ให้นักศึกษาสวมใส่  นั้น ให้สังคม      มองภาพว่าอย่างไร  จากคำถามข้างบน ??? ผ่านมา เป็น ปี  แล้ว  ยังไม่สามารถตอบคำถามได้

 

 

ดูภาพชุดพื้นเมืองล่าง เอกลักษณ์ ชัดเจน  กว่าไหม

      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ร้องเรียน ฉบับที่ 2

 

 

      

               www.industrialclothingdesign.com  open room

                         สถานที่เกิดของขบวนการสร้างสรรค์

 by surape-e@hotmail.com

                 

     จดหมายเปิดผนึก ร้องเรียน  ....ท่านเฉลียว อยู่สีมารักษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2551/ภาคเรียนที่2

 เรื่อง   ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเบิกจ่ายเงินค่าสอนเกินภาระงานสอน  ใน  สถานศึกษาวอศ.ลำปาง                                               

 

 

จดหมายเปิดผนึก ร้องเรียน

 

ฉบับที่ 1 ภาคเรียนที่ 1/2551

 ร้องเรียน ฉบับที่ 2 ภาคเรียนที่ 2/2551 ยิ่งแย่กว่าเดิม(จ่ายค่าตอบแทนโดยวิธี นับหัวนศ ปวช200หาร40 =5บาทต่อ1 ฃม..

ปวส. 270หารด้วย40=6.75บาท)

สถานศึกษาอื่นๆไม่มีใครเขาใช่เกณฑ์นี้เลยสักแห่งเพราะ รวยกระจุก จนกระจาย

 

    20ตุลาตม  2551

   เรียน  ท่านเฉลียว อยู่สีมารักษ์ เลขาคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (คนใหม่)  

      

   เรื่อง ร้องเรียน ร้องทุกข์ เรื่อง   ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเบิกจ่ายเงินค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษาวอศ.ลำปาง

   สิ่งที่แนบพร้อม   1.หนังสือที่ ศธ.0601/945 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าสอนพิเศษ

          และค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2551

       2.ประกาศวิทยาลัยวิทยาลัยอาชีวศึกษาปาง  /เรื่อง การเบิกจ่ายเงินค่าสอนพิเศษและค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษา

         ลงประกาศ ณ วันที่   22    กรกฎาคม 2551จำนวน 2 แผ่น (เอกสารหมายเลข 1 ด้านล่าง)

                      

                         เนื่องจาก  การกำหนดค่าสอนพิเศษของวอศ.ลำปางโดย.ใช้ในรูปกรรมการสถานศึกษา.ลงประกาศ.ณ วันที่ 22     กรกฎาคม 2551 เป็นเหตุให้ ข้าพเจ้า

และ เพื่อนครูอื่นๆไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเบิกจ่ายเงินค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษาวอศ.ลำปาง

   http://www.vec.go.th/

 

ซึ่ง ข้าพเจ้า เข้าใจว่า ตาม เจตนารมณ์กระทรวงการคลังได้กำหนดค่าสอน..ขึ้นใหม่..เนื่องจากสภาพ

ปัจจุบัน เกิดภาวะด้านเศรษฐกิจ  ทุกภาคส่วน..จึงกำหนดให้อัตราค่าสอนพิเศษ

เพิ่มขึ้น  ดังนี้

ระดับปวช  จาก 150  บาท เป็น (ไม่เกิน)200บาท

ระดับปวส  จาก 180 บาทเป็น (ไม่เกิน)270 บาท

 จากแนวนโยบายให้แต่ละวิทยาลัยบริหารการเงินเอง

อยู่ที่..ผู้บริหาร ของแต่ละสถาบัน

ข้าพเจ้า  ในฐานะที่ได้รับผลกระทบ จาก ประกาศวิทยาลัยวิทยาลัยอาชีวศึกษาปาง ฉบับนี้ และ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าสอนพิเศษ

เพราะระเบียบดังกล่าว

มีข้อบกพร่อง มากมาย เช่น ผู้บริหาร(ผอ.รอง ถ้ามีชั่วโมงสอน ต้องแบกโหลดมากกว่า ครูที่ทำหัวหน้าแผนกฯ) อีกเป็นไปได้อย่างไร

และอีกกรณี คือครูที่ทำหน้าที่ธุรการ กับไม่ได้กำหนดเกณฑ์ไว้ ให้รอบคอบ  และที่สำคัญกว่านั้นคือ การกำหนดครูผู้สอน ระดับปวช.อย่างเดียวต้องสอนปวชอย่างน้อย 12 ชม

จึงจะมีสิทธิ์เบิก และต้องสอน ปวส.อย่างเดียวอย่างน้อย 10 ชม จึงมีสิทธิ์เบิก  ฯลฯซึ่งในกรณีนี้ ครูวิชาชีพ ส่วนใหญ่เราจะชำนาญการเฉพาะด้า นเช่นข้าพเจ้าสอนวิชาออกแบบเสื้อ

ก็จะสอนวิชาออกแบบเสื้อ ปวช ปวส ฉะนั้น เกณฑ์กระทรวงการคลังที่ออกมาใช้ในครั้งนี้ บกพร่อง ขาดความรอบคอบ สุก เอา เผากิน ไม่เอื้อต่อ ครูวิชาชีพเฉพาะทาง และสอศ.ยังได้

ออกแนวปฎิบัติเพิ่มสำหรับเกณฑ์การเบิก เฉพาะช่างอุตสาหกรรม ภาคปฎิบัติ มีผู้เรียน 20 คนมีสิทธิ์เบิกได้ แต่ สอนปฎิบัติตัดเย็บเสื้อผ้า ปฎิบัติคหกรรม อาหาร

ต้อง 40คนจึงเบิกค่าสอนได้ตามอัตราใหม่ปวช 200/ปวส 270ได้  เป็นต้น)

ด้วยระเบียบและกฎเกณฑ์ที่ออกมา ดังที่กล่าวแล้วด้านบน  ทราบว่า  เป็นเพียงแนวปฎิบัติของแต่ละสถานศึกษาที่จะใช้วิจารณญาณอย่างชาญฉลาดในการบริหาร

  และที่สำคัญ ทราบมาว่า วอศ วท วช  ทั่วประเทศ รวมทั้ง  สถาบันอาชีว ในจังหวัด ลำปาง ผู้บริหารใช้เกณฑ์ คุณธรรมใช้แบบเดิม

   มีสถาบันแห่งนี้แห่งเดียวเท่านั้นที่เลือกที่จะปฎิบัติ แบบเอื้ออำนวยกลุ่ม ซึ่งเหมือนเป็นการซำเติมสังคม ที่  สมาคมอาชีว  ให้เกิดความแตกแยก

     แสดงถึงความไม่พร้อมในการถ่ายโอนอำนาจ และ ภาวะผู้นำ ที่ ส่งผลกระทบถึงขวัญ กำลังใจ คุณภาพ และที่สำคัญ 

    ไม่ต้องรับผิดชอบและความไม่แยแส ไม่แคร์ความรู้สึกของครูที่เรียกร้อง ถามหา ธรรมาภิบาล  จาก หน่วยงานระดับสอศ. ที่อยู่ในสภาวะ(สภาพปัจจุบัน)หาที่พึ่งไม่ได้

เพราะ การใช้ อำนาจ. บริหาร จัดสรร ตามระเบียบนี้ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จะเป็น

เพียงเพื่อ เฉพาะกลุ่มเท่านั้น  และ ที่สำคัญ ทรัพยากรมีจำกัด หากพวกคุณที่มีโอกาส มีอำนาจ รวมกลุ่มกัน(กรรมการสถานศึกษา ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย) ประกอบกับ ..ยัง

 มีข้อกังขา การตีความก็ มีหลายมาตรฐาน (หาก สถานศึกษาได้ คำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกคน  .ก็คงไม่มีปัญหา .) ข้าพเจ้า อ่านและวิเคราะห์ เจตนารมณ์

การจ่ายค่าตอบแทน กระทรวงการคลัง และอ่านแนวปฎิบัติ การจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา จาก สอศ  แล้ว..

สรุป แล้ว  ล้วนแต่ออกกฎเกณฑ์ อะไรออกมา ก็ เนื่องจากด้วย  ความปรารถนาดี     เพื่อช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ  ทั้งสิ้น..และไฉน..บางคนแทนที่จะได้  กลับ ไม่ได้ เล่า 

 แม้ ไม่ได้ เพิ่มก็น่าจะได้เท่าเดิม ก็น่าจะตรงเจตนารมณ์ ของกระทรวงการคลังและ สอศ 

ข้าพเจ้า  ถึงบอกว่า..ทรัพยากรมีเพียงพอ..สำหรับคนทุกคน  แต่ถ้ามีเพียง คนใดคนหนึ่ง หรือ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โลภ  ก็แน่นอน ก็ต้อง มีคนที่ ไม่ได้ในส่วนที่เขาควรได้

สิ่งที่แปลก  งบประมาณเท่าเดิม  เพิ่มค่าสอน ให้จาก 150 เป็น 200 และจาก 200 เป็น 270  แล้วท่านคิดว่า เขา(ผู้มีโอกาส มีอำนาจ)จะเอาเงินส่วนไหนไปเสวยสุขกลุ่ม

 หรือ พวกตนเองเล่า

นอกจาก..พวกที่ไม่มีปาก มีเสียง

 ข้าพเจ้าขอใช้สื่อนี้เรียกร้อง  สังคมคุณธรรม  ให้กับ ครูที่  สันติ อหิงสา   ... 

  ทราบว่าสถาบันการศึกษาสอศ. ทั่วประเทศเลือกที่จะใช้ การเบิกจ่ายค่าสอนแบบเดิม เนื่องจาก เกณฑ์ ก การคลังมีข้อบกพร่อง มาก มาย

ท่านยึดและตีความตามเจตนารมณ์กระทรวงการคลังได้กำหนดค่าสอน..ขึ้นใหม่..เนื่องจากสภาพ

ปัจจุบัน เกิดภาวะด้านเศรษฐกิจ  ทุกภาคส่วน

หากมีโอกาสตัดสินใจได้เพียงครั้งเดียว ควรรอบคอบนะค๊ะ

เพราะเงิน 5 ล้าน จะตกอยู่เพียงพวกคนกลุ่มเดียวและมีตนที่ทำการสอนแล้วมีคน ที่ไม่ได้เลย  คงเป็นไปไม่ได้

 

อนึ่ง เนื่องจากข้าพเจ้าได้เรียนแจ้งผอ.วันประชุมครูให้ทราบถึง การไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้างต้นแล้ว

แต่   ไม่สามารถ เป็นผล  จึงต้องขอร้องเรียนผ่านท่านและผ่านสื่อ เป็นผู้ตัดสิน

วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยอาชีว  อื่นๆ

ทำไมใช้เกณฑ์ ระบบเดิม (คุณธรรม)ได้ ????

 

 

 

เนื่องจาก ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าสอน ฯ ตามบัญชีหมายเลย 3 สถาบันอาชีว

ไม่ได้กำหนดผู้ทำหน้าที่สอนและทำหน้าที่ธุรการไว้ด้วย

จึงเป็นเหตุให้ สถาบันการอาชีวที่เปิดสอนด้านอาชีวศึกษา ทั่วประเทศ เช่น วิทยาลัยอาชีว วิทยาลัยเทคนิค วิทยาการอาชัพ และวิทยาลัยสารพัดช่าง ฯ จะใช้เกณฑ์ การเบิกจ่ายอัตราค่าสอนพิเศษ แบบเดิม คือ ได้ทั่วถึงและมีคุณธรรม เรา ส่วนใหญ่ยอมรับกันได้

 

และ อนึ่ง และจากระเบียบ ก.คลัง ฉบับนี้

ได้กำหนดหน่วยชั่วโมงที่ต้องสอนใน 1 สัปดาห์ ของผู้บริหารมีหน่วยชั่วโมงสอนมากกว่าผู้ที่ทำการสอนที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่หัวหน้าแผนกวิชา

อีกด้วย

จุดบกพร่องของระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ

สุก เอา  เผา กิน 

       ไม่รอบคอบจึงเกิดผลกระทบอย่างถดถอย

  ข้าพเจ้าในฐานะที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ขอกล่าวข้อความว่า  ....ขาดขวัญ กำลังใจ  เสื่อมถอย  หมดศรัทธา .    (เป็นเพราะ..การบริหารงานของรองผอ  ฝ่ายการเงิน..  ครั้งนี้     ) 

บริหารแบบไม่ต้องรับผิดชอบแบบนี้

  มิน่า...ถึงอยากเข้ามานั่งบริหารกัน

และ..ที่ข้าพเจ้า ต้องคิด เช่นนี้ ก็ เนื่องมาจาก  การมอบอำนาจ สู่สถานศึกษา ..ทำให้ วิทยาลัยอาชีวฯแต่ละแห่ง(แม้แต่ในจังหวัดเดียวกันก็ตาม) และที่สำคัญ ข้าพเจ้าถูก แจ็คพ็อต ที่อยู่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง  .ที่ผู้บริหาร ไม่กล้าที่จะยึดปฎิบัติ และเลือกแนวการปฎิบัติ โดยคำนึงถึง..คุณธรรม คนส่วนใหญ่ คือใช้แนวทางปฎิบัติเดิม เช่นเดียวกับสถาบันอื่นๆ ทั่วประเทศ เพราะ เพื่อนครูบอก ต่อๆกันว่า สถาบันของเขาผู้บริหารจะทำบันทึกขอใช้แบบเดิมเสมอหน้า (เนื่องจาก ได้จัดตารางเรียน-ตารางสอนไปแล้ว และระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าตอบครูที่สอนเกินภาระที่สอน ส่งมาถึงวิทยาลัย 25มิย 51)แต่มีผลบังคับใช้ 12 เมย 51 ฉะนั้นความผิดพลาด การบริหารงานของสอศ.ระดับสูง ประกอบกับ ผู้บริหารที่ยึดแนวปฎิบัติตาม)โดยลืมคำว่าคุณธรรม ขณะเดียวกับวอศ.ลำปางก็เร่งรีบ  รีบเร่ง จ่ายเงิน อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ได้มาซึ่ง...บทความ...นี้ 

คือ..บทสรุป  ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่บริหารงาน..ที่ขาด หลัก ธรรมาภิบาล

เพราะ

 

..เลือกที่จะปฎิบัติตามระเบียบ  ที่ ยัง  มีข้อกังขา

แนวทางที่นำมาใช้ ไม่ก่อให้เกิด ขวัญ และกำลังใจ ..

ไม่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน  และภาวะเศรษฐกิจ และ

สภาพสังคม ... เหมือนกับเป็นการกระทำที่ท้าทาย และซ้ำเติมสภาพสังคม เศรษฐกิจ  ในปัจจุบัน  คือ คนที่ได้

จะได้ 3-5 หมื่นต่อภาคเรียน คนที่ควรได้ 9000  กลับไม่ได้เลย  จะ โด่งไปที่กลุ่ม กรรมการวิทยาลัย และ หัวหน้า เพียงไม่กี่คน ????

        ฉะนั้น ก็ไม่เหตุเหตุผลอื่นใด   ที่จะอนุมาน ได้ว่า..

การบริหาร+การตัดสินใจของผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งนี้ในครั้งนี้

คือ  การทำลายขวัญ กำลังใจครู ส่วนใหญ่ เป็นการซ้ำเติมสังคมที่เลวร้าย และ เป็นการทำลายขวัญและกำลังใจ ครู ประกอบกับ

ทำให้..เกิด ความไม่ รัก สถาบันสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 

ในภาพรวมอีกด้วย

 

       อยากจะบอกว่า..

การตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งนี้...แม้แต่คณะกรรมการวิทยาลัยที่เข้าไปประชุมโต้แย้ง(แล้วท่านอ้างระเบียบ ที่บกพร่องและเกณฑ์ที่กำหนดขาดหลักธรรมภิบาล)+ความบ้าอำนาจรอง..ฝ่ายการเงิน+ครูส่วนน้อยที่ได้เงินจากการตัดสินใจที่ขาดความรอบคอบ (ที่ต่างจากสถาบันอื่นๆ) ก็ไม่เห็นมีใครเห็นด้วยกับท่านในครั้งนี้ นะค๊ะ  

   ไม่ทราบจะทำแบบนี้ไปทำไม  น่าสงสารระยะทางที่ดั้งด้น ฝ่าฟัน จนถึงโค้งสุดท้าย..ที่ล้มเหลว.ในการบริหารและการตัดสินใจที่ขาดคุณธรรม ขาดหลักธรรมาภิบาล ในครั้งนี้ 

 

                 

 

วิทยาลัยอื่นๆ ทั่วประเทศก็ไม่มีใครทำ

 

สิ่งที่แนบพร้อม 1.หนังสือที่ ศธ.0601/945 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่อง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าสอนพิเศษ และค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2551 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2551

 

 

สิ่งที่ส่งมาด้วย คลิ๊กที่นี่ค่ะ

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินค่าสอนพิเศษ ในสถานศึกษาของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๓๓ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินค่าสอนพิเศษในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๓๓ ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน <<<ดาวน์โหลดเอกสาร>>>

 

สิ่งที่แนบพร้อม 2.ประกาศวิทยาลัยวิทยาลัยอาชีวศึกษาปาง  /เรื่อง การเบิกจ่ายเงินค่าสอนพิเศษและค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษา  ลงประกาศ ณ วันที่   22    กรกฎาคม 2551จำนวน 2 แผ่น (เอกสารหมายเลข 1 ด้านล่าง)

 

 

 

 

 

comment;industrialclothingdesign.com

เพิ่มเติม 29.11 .2008 จากเกณฑ์การกำหนดชั่วโมงสอนของครู ที่ทำการสอนอย่างเดียว และครูที่ทำหน้าที่หัวหน้าแผนก ข้อ 4 .

4.1และ4.2 ข้าพเจ้าขออนุญาตแสดงความคิดเห็นและร้องเรียน เกณฑ์กำหนดต่างกันเกินไป ขอให้ปรับปรุงให้ใกล้เคียงกันด้วยเพราะ หัวหน้าทำงานคนเดียวไม่ได้ หากครูไม่มีส่วนร่วม และอีกกรณีทีน่ากังขา สถานศึกษาแห่งนี้ ก็พยายามที่จะแต่งตั้งพลพรรค แผนกบ/ช กลุ่ม อุปถัมป์ ไปเป็นหัวหัวหน้างานต่างๆ เพื่อสอนน้อย และ เบิกได้มาก แล้วก็จ้างครู(ประสบการณ์น้อยจ้างสอน  แล้วจะเป็นเลิศ จาก อะไร )และบางแผนกเช่น หัวหน้าแผนก คหกรรม มี 2คน (สำหรับหัวหน้างานอื่นๆ ยังไม่ได้วิเคราะห์ จะนำมาวิเคราะห์ปวชโอกาสต่อไป)

เกณฑ์มีดังนี้(จากเอกสารด้านบน)

 

 

ครู ทำหน้าที่สอนอย่างเดียวสอน

   ครูสอนและทำหน้าที่หน้าแผนก/งาน            

 

 

ปวช             18  ข้อเสนอแนะ  15 ชม ก็พอค่ะ

ปวส              15ข้อเสนอแนะ  12 ชม ก็พอค่ะ

ชั่วโมงเบิก

ปวช อย่างเดียว  12ข้อเสนอแนะ  10 ชม ก็พอค่ะ

ปวส อย่างเดียว   10ข้อเสนอแนะ  9 ชม ก็พอค่ะ

 

 

ปวช    12

ปวส     10

ชั่วโมงเบิก

ปวช อย่างเดียว  8

ปวส อย่างเดียว   7

 

ยกตัวอย่าง  สมมติ  วิชาที่ถนัด+ความเหมาะสมอื่นๆ

 หาก ข้าพเจ้า(วิชาชีพ)สอนทั้งระดับปวช ปวส  ดังนี้

  ปวช  จำนวน 11 ชม และ

ปวส จำนวน  9 ชม

รวม  20  ชม  จะเบิกไม่ได้เลย

แต่ถ้าข้าพเจ้าต้องการเบิกได้ตามเกณฑ์นี้ ข้าพเจ้าต้อง สอนวิชาที่ไม่เคยสอน ไม่ถนัด ไม่เหมาะสม ดังนี้

คือ ต้องสอนปวช อย่างเดียวไปเลย 20 ชม  ปวส ไม่ต้องสอน

  หรือ สอน ปวส อย่างเดียว ในวิชาที่ไม่ชำนาญ ไม่เคยสอน 20 ชม ไปเลย จะได้เบิกได้ตามเกณฑ์ที่ กำหนด ตาม เอกสาร (วอศ ลป ) ข้าพเจ้า...ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นไปยัง  บุคคลที่คิดเกณฑ์ดังกล่าวก่อนกำหนดเป็นกฎ ก การคลัง ว่าไม่เข้าท่า  ไม่รอบคอบ   ไม่มีความเข้าใจ  และไม่มีการทำการบ้าน  ขาดการวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัย และสอบถาม การให้โอกาสแสดงความคิดเห็น ที่เป็นทำ อันจะบังเกิดแก่ผลประโยชน์ของ ผู้เรียน ครู สังคม ประเทศชาติ   เพราะ

สภาพปัจจุบัน ทุกสถาบันจัดการเรียนการสอน ก็จะจัดตามสิทธิ์ที่เบิกได้ ไม่ได้จัดตามสภาพที่ควรเป็นตามความถนัด ความเหมาะสม อื่นๆ เพราะ สังคมปัจจุบัน ต้องเข้าใจว่า คนไหนสอนแยะๆ แล้วเบิกไม่ได้คือคนจัดตารางสอนคือคนโง่  สอนไปทำไม 

ไม่มีใคร  นำคุณภาพเป็นจุดยืน ในการจัดครูคู่คุณภาพ ครูคู่ชำนาญการ ครูคู่เงินค่าตอบแทนเกินภาระงานที่ควรได้  

เสนอแนะ 

ควรจะยืดหยุ่น

เช่น อดีต  ปวช 3 ชม เท่ากับ ปวส 2 ชม เทียบเบิกได้ (อย่างเช่นในอดีต)ที่สามารถทำได้หากผู้บริหารมีธรรมมาภิบาล

 

แต่ จากการที่ข้าพเจ้าได้ อ่าน กฎ ก .การคลัง 2551ที่ใช้ปัจจุบัน ข้าพเจ้าคิดว่าทำได้นะ  แต่ วอศ ลป ไม่ใช้อีก ใช่หรือไม่ 

หากเป็นเช่นนี้ ก็น่าจะเป็นเพราะผลประโยชน์ ครูกลุ่มอุปถัมป์อีกแล้วค่ะท่าน เพราะ

กลุ่มที่ได้ผลประโยชน์จากระเบียบวอศ ลป  จะมีการจัดตารางสอน ดังนี้

ครู 1 คน สอนปวส อย่างเดียว19 ชม

หัวหน้าก็ โหลด 7 เบิก 12 รวม 19 ก็ได้เต็มสิทธิ์  เป็นต้น

 

 

 

 

 ร้องเรียน ฉบับที่ 2 ภาคเรียนที่ 2/2551 ยิ่งแย่กว่าเดิม(จ่ายค่าตอบแทนโดยวิธี นับหัวนศ ปวช.หัวละ 200หาร 40 =5บาทต่อ1 ชมต่อผู้เรียน 1..ปวส.270หาร40 =6.75บาทต่อ1ชม.:1คน)

ในบางสาขาที่เปิดน้อยห้อง(เนื่องจาก ขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร  จึงบริหารโดยอาศัยกลยุทธิ์ที่เอื้ออำนวยต่อกลุ่มสาขาที่ผู้บริหารอุปถัมภ์ อย่างขาดจิตสำนึกระยะยาว(ซึ่งอ้างว่า เลิศ  ความจริงแล้ว  เลิศทุกสาขา  นั่นแหละ ค่ะ  เหตุไฉน ต้อง เลิศได้ เพียง หนึ่งล่ะ เพียง

แค่หวัง ในการได้เปรียบด้านการจัดสรร ทรัพยากร เฉพาะกลุ่ม(รวยกระจุก) และเพื่อผลประโยชน์ในการทำผลงานวิทยฐานะ  เท่านั้น ท่าน  อย่างอื่นๆ เช่นประโยชน์ที่สังคมจะได้รับการแก้ปัญหายากจนยั่งยืน ไม่มี

และ

สาขาบางสาขาครู1 คนต้องเตรียมการสอนสอน คนเดียว 7-8 วิชาต่อภาคเรียน แต่ละห้อง นศ มี ไม่ถึง 40 คน ก็ต้องคิดรายหัวนศ ตามวิธีที่เขาคิดแบบ

น่าเกลียด และไม่น่าเชื่อว่า  ..นี่คือสถาบันการศึกษา

อยากเรียกร้องให้  ทบทวน..ความเป็น มนุษย์ หน่อยน่าจะ

ดี

ปัจจุบัน สังคมกำลังเรียกร้อง การเมืองใหม่

ปฎิรูปการศึกษาใหม่  

ด้วยเหตุผลเช่นนี้เอง

 

และที่สำคัญ

สถาบันบริหารอย่างนี้ ได้เป็นสถานศึกษาดีเด่น ด้านการเงินอีกต่างหาก  แล้วเรา จะไปหวังพึ่งใครที่ไหนล่ะท่าน  แล้ว ช่วง ตค 51 พย 51 จะมีอีกหลายสถานศึกษาที่ ยังไม่ได้ปรับค่าสอน แบบนี้  เพราะ เขารับกันไม่ได้ มันน่าเกลียดเกินไป   รวยกระจุก จนกระจาย

อนาคต  สังคมจะเป็นอย่างไร

 

 

วันนี้ 8 ธค.2008 (12.00น.)ข้าพเจ้าโดนแจ็คพอตแตกอีกแล้ว เพื่อเป็นการตอกย้ำ ธรรมมาภิบาลการบริหารวอศ ลำปาง..ข้าพเจ้ามีสิทธิ์ที่จะเบิกค่าสอนจากวิชาโครงการ  ผู้บริหารไม่ให้เบิกอีกแล้ว   แล้วที่สำคัญวิชาโครงการเป็น sale model  ที่สมศ.ประเมินแล้วได้comment ถึงการวางแผนงานอนาคตของวอศลำปางให้พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียน ฝึกทักษะวิชาชีพ เน้นปฎิบัติจริง เพื่อให้ โครงการ Sale model สามารถเพื่อใช้เป็นต้นแบบการเรียน-การสอน เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

มีการวิจัย  ผลงานอื่นๆ  (ท่านตัดขวัญถุง ทำให้ขาดขวัญกำลังใจ  ท่านอาจจะไม่สามารถเก็บฐานข้อมูล ผลงาน ให้สะดวกใช้ สะดวกต่อการติดตาม ตาม สมศ.(เขียนไว้ในจุดที่สถานศึกษาควรพัฒนา  ..ก็เป็นได้   ต้องกราบขออภัย) จัดตารางสอนแล้ว  จึง มา คิดเกณฑ์ ใหม่ มุ่งเน้นเลือกปฎิบัติ ให้เกิดผลกระทบ กับบุคคลที่ ไม่ใช่พลพรรคพวก กลุ่มคนอุปถัมภ์   ก็อีกวิธีหนึ่งที่ ตอกย้ำความบ้าอำนาจ  รวยกระจุกจนกระจาย  ย่อมหาวิธี  จนได้   ฉะนั้น การบริหารลักษณะนี้ คือจดจ้อง  จะไม่ให้ใครก็  จ้องจับผิดแล้วก็ สุมหัวกันคิดเกณฑ์ ใหม่ขึ้นมา  โดยไม่ชอบธรรม 

การแก้ปัญหาลักษณะนี้ หากเงินไม่พอ   ควรจะให้ชั่วโมงเฉลี่ย ปวช ไม่ถึง 200 บาท และ ปวส ไม่ถึง 270 บาทก็ได้ เพราะกระทบทุกคน  ท่านจะได้คำชื่นชม คุณธรรม เสมอหน้า ธรรมาภิบาล  ไม่ใช่เลือกปฎิบัติ  เพียงผู้สอนวิชาโครงการเท่านั้น  อาจจะพูดได้ว่า สอนกัน มาก แต่ได้ผลกระทบเพียง ไม่กี่คน  แต่เวลาผู้บริหารคิดเกณฑ์อะไรขึ้นมา  ส่วนใหญ่ นำมาปฎิบัติทันที   จึงเกิดผลกระทบ ไม่สามารถ เปลี่ยน ปรับตารางสอนใหม่ได้  จึงเรียกได้ว่า  การบริหารงานด้านการเงิน ของวอศลำปางแห่งนี้  ดับเบิ้ล ขาดธรรมมาภิบาล  อนุมานได้ว่า  ยากจะเยียวยา (มีผู้แนะนำให้ร้องเรียน

 ศาลปกครองเชียงใหม่  น่าจะลองดู

 

สรุป  ข้าราชการยุคสุดท้าย  ด้วยประการฉะนี้แล

แต่ที่น่าเป็นห่วงอีกนิด  คือตอนนี้มีการแต่งตั้งพนักงานรัฐ เพิ่มอีกหลายตำแหน่ง  อยากจะขออนุญาต แสดงความคิดเห็นว่า..รุ่นนี้คือ  หัวเชื้อ  ข้าราชการยุคสุดท้าย ก็จะดี

อยากให้ตรวจสอบ  ระบบการแต่งตั้งด้วย  เพราะไหนๆก็จะพัฒนาระบบราชการใหม่แล้ว  ก็ควร  ได้เด็กรุ่นใหม่ ที่ตรงตามการปฎิรูป ปฎิวัติระบบราชการจริงๆ

ไม่ใช่ ให้โอกาส บรรจุพนักงานรัฐช่วงนี้ เพื่อวางตัวฐานอำนาจเด็กฝากจากผู้มีอิทธิพลปัจจุบันเพื่อหวังผลในอำนาจ ต่อ อนาคต ไปอีกล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกของครู ที่ได้รับผลกระทบ

จากกฎเกณฑ์ที่สถาบันแห่งอื่นๆทั่วประเทศ รับไม่ได้  ทราบจากเพื่อนๆว่าไม่มีใครนำมาใช้ในภาคเรียนนี้เลยเพราะ มีข้อบกพร่องแยะ และ ได้จัดตารางสอนไปก่อนแล้ว

  แต่สถาบันแห่งนี้เลือกที่จะนำมาใช้เพื่อ  ...จึงทำให้เกิด..รวยกระจุก จนกระจายซ้ำเติมสังคม

ซ้ำเติมความไม่ชอบธรรม ซ้ำเติมความไม่พร้อมที่จะใช้พรบ.สถาบันการอาชีวศึกษา 2551ที่ประกาศใช้

   สุดท้าย...

  การเบิกจ่ายเงินในงวดนี้ผ่านไปแล้ว กลุ่มคนที่รวยกระจุก ก็ใช้จ่ายเงินไปเรียบร้อย

จากใจคนจนกระจาย รวมตัวกันภายในวิทยาลัย สะสม รากขมขื่นไว้ สักวัน จะ กลั่น ออกมา

     สำหรับข้าพเจ้า..กลั่นออกมาแล้ว ด้วยคำพูดเตือน ประโยคเดียว

ที่ขอมอบแด่ ผู้บริหาร วอศ.ลำปาง กรรมการวอศ.ลำปาง(2551)

        ว่า     เสียดาย อดีตผ่านไปแล้ว(ปิดงบประมาณ30กย)

การตัดสินใจที่ไม่นำธรรมาภิบาลมาใช้ ว่า

                

ศ พ ไ ม่ ส ว ย

              

industrialclothingdesign.com

จะขอบันทึกประวัติศาสตร์หน้านี้ไว้ให้

ผู้บริหารวอศลป.2551ชื่อผอ.

       รองฝ่ายต่างๆ ดังนี้

1

รายนามคณะกรรมการวิทยาลัยทุกคน(2551) 

ขอรวบรวมชื่อก่อนค่ะ

....ถึงแม้จะทำตามระเบียบ แต่ ถ้าขัดกับหลักธรรมาภิบาล  สถาบันแห่งอื่นๆทั่วประเทศเขายังไม่นำมาใช้ในภาคเรียนนี้ สามารถเลื่อนไปก่อน..ได้  ทำไม..วอศ.ลำปาง ไม่ทำ

ตรอกย้ำ  เสียดาย ..คนขาดธรรมาภิบาล   ศพไม่สวย

อ้อ  มีเพื่อนครูฝากถามว่า 

สถาบันอื่นๆเลือกใช้แบบเดิม เสมอหน้า.. ท่านอ้างว่า จะ ทำให้มีปัญหาภายหลัง  และถ้าเขาไม่มีปัญหาล่ะ  พวกครูที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ 

  จะขอให้สถาบันแห่งนี้  ชดใช้ค่าตอบแทนความเสียหายตามสิทธิ์ที่ควรได้  ก็น่าจะกระทำได้ ใช่หรือไม่

  ข้าพเจ้าขอร้องเรียน ร้องทุกข์ เรื่อง   ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเบิกจ่ายเงินค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษาวอศ.ลำปาง แด่ท่านเฉลียว อยู่สีมารักษ์ เลขาคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (คนใหม่)2551/2 มา ณ โอกาส นี้  ขอกราบขอบพระคุณยิ่ง

 

   สุรภี ทิมกาญจนะ

ครู คศ.2

20 สิงหาคม 2551(ร้องเรียนฉบับนี้ถูกต้องตามระเบียบคือร้องเรียนภายใน 30วันนับตั้งแต่ทราบเรื่องคือจากประกาศประกาศวิทยาลัยวิทยาลัยอาชีวศึกษาปาง  /เรื่อง การเบิกจ่ายเงินค่าสอนพิเศษและค่าสอนเกินภาระงานสอนในสถานศึกษา

         ลงประกาศ ณ วันที่   22    กรกฎาคม 2551จำนวน 2 แผ่น (เอกสารหมายเลข 1 )

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและโปรดพิจารณาและแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วยค่ะท่านเพราะยังเบิกจ่ายค่าสอนไปเพียง ครึ่งเดียว ค่ะ กราบขอบพระคุณมาก

 

 

 

    

 

 

 

ภาพแสดงการบริหารวอศ.ลปในสภาพปัจจุบันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงภาพด้ายบน และด้าน ขวา ในอนาคต

หาก สอศ. มอบอำนาจ ด้วยความไม่พร้อม และ ที่สำคัญ นโยบายสอศ ข้อ 10 ที่ตะแบง

และยิ่งพยายามที่จะ ดันทุรัง บัญชี สู่ความเป็นเลิศ ด้วย เหตุผลด้าน(จัดสรรทรัพยากร เฉพาะกลุ่มอุปถัมภ์)ควรจะทำการวิจัย

ก่อนแล้วจึง เริ่มปฎิบัติการ แต่นี่ ฉวยโอกาส ก่อน แล้ว มีแต่ได้ ได้ ได้ แล้วก็ได้

 

 

 

  

อนึ่ง เมื่อประมาณวันที่ 6 ตค 51ได้มีการประชุมครูก่อนเปิดภาค

ข้าพเจ้าได้ฟังคำพูด ของผู้บริหาร ฝ่ายการเงิน พูดออกมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า

สอศ. มีนโยบายให้ครู ผู้บริหาร และบุคลากร เขียนบันทึก สมุดทำความดีโดยเริ่มบันทึกตั้งแต่ 1 ตค 51 เป็นต้นไป

รองการเงินพูด ว่า..ตัวแกเองไม่มีอะไรจะเขียนลงไปเลย  ..ข้าพเจ้า..ได้ฟังแล้ว สุด..อนาจใจ..กับบุคลากร ครู ครูจ้าง นักการภารโรง อื่นๆที่ สังกัดฝ่ายการเงิน.. แล้ว..ท่าน..คิดว่า.คน  คน    ที่ เป็นลูกจ้าง พนง รัฐ  ที่ต้องให้ รองฝ่ายนี้ ประเมิน  เขา จะประเมินจากอะไร หาก..รองผอ.  ผู้ดูแลเขาโดยตรง พูด หน้า    ที่ประชุมครู ทั้งวิทยาลัยว่า  ตัวแกเองยังไม่มีความดีอะไรมาเขียนบันทึกเลย ....เฮ้อ...แล้วจะบริหารด้านการเงินให้เลิศ  ท่านว่า อาชีวจะ เหลือ หรือ...

อ้อ..มีอีก คำพูดหนึ่ง ...

มีท่านรองผอ.ฝ่ายวิชาการ ท่านมาใหม่ กราบพระคุณ สอศ.ที่ส่งลูกหม้ออาชีว ให้...

รองวิชาการ..ท่านปรารถนาดี มุ่งมั่น สร้างสรรค์ ได้ แสดงความคิดเห็นในที่ประชุมว่า.. ปี51-52 วอศ ลป ควรจะเน้น ด้าน นวัตกรรม เพื่อรองรับการประเมิน ขอให้ครูทุก คน หรือ ทุกแผนก ส่งโครงการ ..

พอสิ้นเสียง..เท่านั้น..ได้ยินเสียงรองฝ่ายการเงิน และกลุ่มครู กลุ่มหนึ่ง..เสียงดังลั่น..ไม่แน่ใจว่า นั่นคือ เสียงโห่ หรือ เปล่า  เพราะ ข้าพเจ้า นั่งด้านหลัง  แต่

ก็นั่นแหละ...สุดท้าย ก็แทบไม่เชื่อ หูตัวเองอีกนั่นแหละ รองผอ ฝ่ายการเงิน คนเดิม   กล่าวออกมาอย่างชัดถ้อย ชัดคำว่า..

ให้ รองวิชาการทำไปคนเดียว ทำให้ดูก่อน..ฮิฮิฮิ

แล้วท่านคิดว่า

ครูจ้าง

จนท

นักการภารโรง ยาม

ที่ให้รองฝ่ายนี้พิจารณา  การจ้าง ต่อสัญญา พิจารณาความดี ความชอบ อื่นๆ

 

สังคมนี้จะ  มีอะไร เหลือ ล่ะ ท่าน ????????

แล้วที่สำคัญ ให้ตัดสินใจเรื่อง การบริหารการเงินค่าสอนเกินภาระที่สอนของครู ..

จึง   เรียกว่า 

 ด้านได้ อายอด 

และ ด้วยเหตุฉะนี้ ผู้ใหญ่

สอศ ใที่กรม หรือ ศน .ภาค ควร เข้ามากำกับ ตรวจสอบ ให้ เกิดมาตรฐาน เดียวกันบ้าง อย่าปล่อย ให้สังคมมัน แย่ๆๆอย่างนี้ เช้า ๆลงมาทำงาน พอสแกนนิ้วมือตอนเช้า ท่องอย่างเดียว กรมอาชีว ห่วย ๆๆ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม จากการประชุมครู เพื่อแต่งตั้ง ครูเพื่อดูแล รถวิทยาลัยซึ่งมี หลายคัน

แต่ท่านกลับเลือกครูที่ขับรถยนต์ไม่เป็น  แต่.....พูดน้อย  ...ฝากผอ.ตรวจสอบด้วยค่ะ

 

 

 

 

 

 

                         

ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
( 01-02-2008 ) 16:44:36 โดย เดลินิวส์
'วีระศักดิ์' เตือนตั้งสถาบันอาชีวะ อย่าคิดแค่ขยับเป็นอธิการบดี
นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทั่วประเทศ ที่โรงแรมวรบุรี อโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า ร่าง พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้เปิดช่องให้สามารถจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาได้ 4 รูปแบบ คือ


1.การรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเข้าด้วยกัน

2.การแยกสถานศึกษาอาชีวศึกษาส่วนใดส่วนหนึ่งมารวมกับอีกแห่งหนึ่ง

3.ยกฐานะสถานศึกษาอาชีวศึกษาเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา และ

 4.การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาขึ้นใหม่ โดยออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวต้องได้รับคำแนะนำจาก กอศ. และได้รับความเห็นชอบจาก รมว.ศึกษาธิการ และคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังเปิดช่องให้จัดการเรียนการสอนได้ถึงระดับปริญญาตรี แต่จะต้องเป็นสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการเท่านั้น ไม่สามารถขยายไปเปิดสาขาอื่นได้

comment[industrialclothingdesign.com]

1

ย้ำวอศ.ลป.จะเปิด ป.ตรี บัญชี ไม่ทราบว่าเป็นสายเทคโนโลยีหรือสายปฎิบัติการ กันแน่  ถูกระเบียบหรือไม่


“อย่างไรก็ตามในช่วงระยะแรก จะไม่มีการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาขึ้นมาใหม่แน่นอน แต่จะเน้นการหลอมรวม โดยสถานศึกษาอาชีวศึกษาจะต้องดึงกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก หรือสถานประกอบการ มาจัดการเรียนการสอนร่วมกัน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนมีงานรองรับด้วย ส่วนจะจัดตั้งสถาบันฯได้กี่แห่งนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละสถานศึกษา และผู้บริหารอย่าคิดแต่จะเป็นสถาบันฯ เพื่อยกฐานะตัวเองเป็นอธิการบดี


ซึ่งเทียบเท่าอธิการบดีมหาวิทยาลัย แต่ต้องปรับวิธีคิดและรูปแบบการบริหารจัดการการศึกษา เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้เรียน ไม่ใช่ลอกหลักสูตรกันมาแล้วกลายเป็นมหาวิทยาลัย ที่เข้าคิวต่อท้ายเป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 50-60 ของประเทศ ซึ่งหากดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้เร็วก็เชื่อว่า ความหวังที่จะเพิ่มสัดส่วนนักเรียนอาชีวะต่อสายสามัญฯเป็น 50:50 ได้แน่นอน” เลขาธิการ กอศ.กล่าว.


http://www.mediathai.net/module/edu/edu_subcat.php?board_id=1611

 

 

 

            

 


 

โปรดติดตามตอนต่อไป..นะค๊ะ

ตอน..สนับสนุนการเมืองใหม่  ปฎิรูปการศึกษา แบบยกเครื่อง

1. ยกเลิกการจ่ายเงินค่าตอบแทน(เกินภาระที่สอน-ภาคบ่าย)ครูอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ให้จ้างครูสอนในอัตราส่วนครูต่อเด็กสมดุลกัน

2. ตำแหน่งธุรการให้จ้างโดยเฉพาะ ให้ครูมีหน้าที่สอนอย่างเดียว

3.เสนอ สอศ.ทั่วประเทศ เน้นเปิดสอนสาขาตามโครงการพระราชดำริห์ และศูนย์ศิลปาชีพ

อ่านต่อล่าง

แบบรับฟังปัญหาอุปสรรคการบังคับใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546
และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547

ก.การบริหารและจัดการศึกษา (1.การจัดโครงสร้างขององค์กร)
1.2 ระดับส่วนราชการ (องค์กรหลัก)
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 มาตรา 11 มาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 25และมาตรา 30
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 34 และมาตรา 35


 

 

 

 

 

 

โดยคุณ lสมพงษ์ โลมะรัตน์ ส่งเมล์ถึง lสมพงษ์ โลมะรัตน์ (124.157.149.*) [ 26 ธ.ค. 2549 14:35 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6

ผมเคยตั้งคำถามกรรมการปฏิรูปการศึกษา 2 ท่าน ว่าขบวนการจัดการออกแบบโครงสร้างการบริหารการศึกษาของประเทศไทยได้คำนึงถึงรากฐานของตนเอง(ประเทศไทย)แค่ไหน เพราะเห็นว่าหากไม่คำนึงถึงรากฐานของตนเองซึ่งหมายความถึง

 (1)สภาพทางเศรษฐกิจของประชาชนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร การบริหารจัดการเรื่องการกระจายรายได้ การสร้างงานให้ประชนคนไทย เหมือนอเมริกา เหมือนอังกฤษ เหมือน ออสเตรเลีย ที่ไปเอาตันแบบการกระจายอำนาจของเขามา (

2)ความพรัอมของท้องถิ่นซึ่งหมายถึงศักภาพของคนเป็นสำคัญ ศักภาพคนที่สำคัญคือระดับคุณธรรม จริยธรรม

comment[industrialclothingdesign.com]

2

2)ความพรัอมของผู้บริหารการเงินซึ่งหมายถึงศักภาพของคนเป็นสำคัญ ศักภาพคนที่สำคัญคือระดับคุณธรรม จริยธรรม

 

 

ในบางสาขาที่เปิดน้อยห้อง(เนื่องจาก ขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร  จึงบริหารโดยอาศัยกลยุทธิ์ที่เอื้ออำนวยต่อกลุ่มสาขาที่ผู้บริหารอุปถัมภ์ อย่างขาดจิตสำนึกระยะยาว(ซึ่งอ้างว่า เลิศ  ความจริงแล้ว  เลิศทุกสาขา  นั่นแหละ ค่ะ  เหตุไฉน ต้อง เลิศได้ เพียง หนึ่งล่ะ เพียง

แค่หวัง ในการได้เปรียบด้านการจัดสรร ทรัพยากร เฉพาะกลุ่ม(รวยกระจุก) และเพื่อผลประโยชน์ในการทำผลงานวิทยฐานะ  เท่านั้น ท่าน  อย่างอื่นๆ เช่นประโยชน์ที่สังคมจะได้รับการแก้ปัญหายากจนยั่งยืน ไม่มี

และ

สาขาบางสาขาครู1 คนต้องเตรียมการสอนสอน คนเดียว 7-8 วิชาต่อภาคเรียน แต่ละห้อง นศ มี ไม่ถึง 40 คน ก็ต้องคิดรายหัวนศ ตามวิธีที่เขาคิดแบบ

น่าเกลียด และไม่น่าเชื่อว่า  ..นี่คือสถาบันการศึกษา

อยากเรียกร้องให้  ทบทวน..ความเป็น มนุษย์ หน่อยน่าจะ

ดี

ปัจจุบัน สังคมกำลังเรียกร้อง การเมืองใหม่

ปฎิรูปการศึกษาใหม่  

ด้วยเหตุผลเช่นนี้เอง

 

และที่สำคัญ

สถาบันบริหารอย่างนี้ สอศ.ได้เป็นสถานศึกษาด้านการเงิน(ซึ่งสั่งซื้อด้วยราคาแพง)อีกต่างหาก  แล้วเรา จะไปหวังพึ่งใครที่ไหนล่ะท่าน  แล้ว ช่วง ตค 51 พย 51 จะมีอีกหลายสถานศึกษาที่ ยังไม่ได้ปรับค่าสอน แบบนี้  เพราะ เขารับกันไม่ได้ มันน่าเกลียดเกินไป   รวยกระจุก จนกระจาย

 

 

 

 

 

นี่ไง  ข้อ  12 คือคำตอบ

ปีนี้ได้งบอีก ล้าน เก้าแสนเก้าหมื่น เพื่อสั่งซื้อโปรแกรม  อีก ซึ่งสวนกระแส ข้อเสนอแนะจาก สมศ.ข้อ 12

 

เสียดาย ข้าพเจ้า เข้าแผน ขอ งบซื้อกี่ทอผ้า   10 หลัง ประมาณ 10000 บาท  สนองนโยบาย เศรษฐกิจพอเพียง /คุณธรรมนำความรู้ กลับไม่ได้ รับการสนับสนุน

 

 

 

อนาคต  สังคมจะเป็นอย่างไร

ภาคเรียนที่ 1 มันก็ขโมยเงินจากกระเป๋าของข้าพเจ้าไป(เสวยสุขเฉพาะกลุ่มมันเองแล้ว ประมาณ 1 หมื่น

ภาคเรียนที่2 อีก  และภาคเรียนต่อไปอีก ...เท่าไหร่  ..หากการบริหาร เป็นแบบนี้ ชื่อเสียง ความสงบ ความสามัคคี  คุณภาพ  คงยากที่จะเยียวยา

 

 

 

(3) เรื่องวัฒนธรรมชององค์กร กรมเดืมแต่ละกรมในกระทรวง ในทบวง ได้สั่งสมวัฒนธรรมในองค์กรมายาวนานและเป็นเอกลักษณ์ของตนเองซึ่งแตกต่างกัน จะนำทฤษฎีการบริหารใด เทคนิคการบริหารใดมาใช้ในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและสามารถหลอมรวมเข้ากันได้ มีคำถามต่อท่านผู้ทรงคุณวุฒิที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นว่า พากันออกแบบโครงสร้างการบริหารใหม่ ออกแบบกฏหมายรองรับรูปแบบการยริหารใหม่ ด้วยภูมิปัญญาของคน 9 คน ให้คณะบุคคลอีกคณะหนึ่งเป็นผู้ตัดสินใจ คนตัดสินใจเป็นฝ่ายการเมือง ไม่อยากจะเฃื่อถือหรอก เพราะพัฒนาการของพรรคการเมืองไทยก็อ่อนแอในทางจริธรรมมาโดยตลอด party แต่ละ Party ล้วนแล้วแต่เป็น derty party พอกันทุกพรรคนั่นแหละ ตัดสินใจให้นำมาให้บุคลากรทั้งหลายในสังกัดเป็นผู้ปฏิบัติ ก็มีคำถามใหญ่ว่า ถ้าประสิทธิภาพ ประสิทธิผลไม่เกิด แถมยังเพิ่มพูนปัญหาให้เกืดขึ้นกับประเทศไทย โดยเฉพาะเด็ก เยาวชนผู้ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาตืบ้านเมืองแทนกลุ่มตัวเองที่กำลังจะหมดไป ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบกับผลเสียที่เกิดขึ้น พากันข้ามขบวนการจัดการที่ดี ทั้งที่เป็นผู้ทรงวุฒิที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย การประเมินผลระบบเดืม บอกว่าทำแต่ก็เหมือนไม่ทำ เพราะดูไม่ให้ความสำคัญ การทดลองระบบใหม่ก็สักแต่ว่าได้ทำแบบสุกเอาเผากิน จนถงขณะนี้เด็กรุ่นใหม่ที่หัวสมองดีไม่มีค่านิยมอาชีพราชการ เขาพากันไปสู่อาชึพอื่นเป็นส่วนใหญ่ อนาคตการจัดการศึกษาจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กรุ่นต่อๆไป ถ้าระบบที่เป็นอยู่รองรับได้แต่กลุ่มคนที่เข้ามาทำงานแทนฃึ่งมี IQ อ่อนกว่า สรุปว่าผลชองการปฏิรูปที่ไม่เข้าท่ามีผลกระทบต่อเด็กเยาวชนในรุ่นต่อๆไป มีผลกระทบต่อความมั่นคงในบทบาทหน้าที่ของภาครัฐโดยตรง สารพันปัญหาที่คนรุ่นหลังจะพาลทะเลาะกัน ยื้อแย่งโอกาสเพื่อตัวเอง กลุ่มพวกพ้องของตนเอง


โดยคุณ ครูอาชีวะ (124.157.145.*) [ 25 ม.ค. 2550 21:09 น. ] ผู้ตอบคนที่ 7
การบริหารของสอศ.แย่มากเพราะผู้บริหารระดับสูงมั่วแต่บริหาร
นายไม่บริหารงานสอศ.เลย เช่นเดียวกับผู้บริหารสถานศึกษาไม่มองถึงการพัฒนาการเรียน
การสอนแม้แต่น้อยกลับแต่บริหารช่องทางที่จะทำเงินเข้ากระเป๋า
และไม่นำหลักธรรมมาภิบาลมาบริหารงานแม้แต่น้อย
ผู้บริหารที่มาจากนักการเมืองทั้งหลายทำให้ระบบงานภายใน
สถานศึกษาเสียหายอย่างมากเพราะท่านสนองนโยบายนักการเมืองเสีย
เป็นส่วนใหญ่ ยฯท่านจะมานั่งเกษียณหนังสือสั่งการอย่างเดียว
น่าจะเปลี่ยนนายใหญ่ซักที

 

โดยคุณ betty (125.24.149.*) [ 14 ก.พ. 2550 16:20 น. ] ผู้ตอบคนที่ 9
ครูจ้างสอน ความผิดพลาดการศึกษาไทยในยุคปฏิรูปการศึกษา
เรียบเรียงเรื่องราวชีวิตครู(อัตราจ้าง)
บทความนี้คือคำให้การของครู(อัตราจ้าง) ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา(สอศ.) ที่ได้สัมผัส นำมาเล่าเรื่องราวชีวิตในการทำงานของครู(อัตราจ้าง) ซึ่งขอเป็นตัวแทนสะท้อนถึงสภาวะความอึดอัดของจิตใจ ให้กับรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง และมวลมนุษย์ทั้งหลาย ได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของความเป็นครู(อัตราจ้าง) “ชนชั้นสองแห่งใบเสมา” ที่อยู่อย่างไม่มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความมั่นคง ความก้าวหน้าในอาชีพทั้งๆที่ ครู(อัตราจ้าง) รักในอาชีพครู รักนักเรียน อยากมีส่วนร่วมกับการพัฒนาการศึกษาของชาติ
ครู(อัตราจ้าง)มีหน้าที่หลักและสำคัญยิ่งคือการจัดกระบวนการเรียนการสอนตามชั่วโมงสอน ไม่น้อยกว่า 25-32 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตรวจงานนักเรียน เตรียมการสอน จัดหาสื่อการสอน สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ งานวิจัยในชั้นเรียน แผนการสอน ดูแลความประพฤตินักเรียน ครูเวร งานพิเศษอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานด้านหลักสูตร วัดผลประเมินผล สื่อการเรียนการสอน ฝ่ายปกครอง ฝ่ายแผนงานสถานศึกษา งานศูนย์ข้อมูล งานโสตทัศนศึกษา งานสหกรณ์ งานแนะแนว/นิเทศ งานช่างพัฒนา(ทั้งในและนอกสถานที่) ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีหน้าที่กรรมการฝ่ายปฏิบัติงาน ตามคำสั่งที่เกิดจากนโยบายของภาครัฐ กิจกรรมภายในสถานศึกษา กิจกรรมร่วมชุมชน โครงการรณรงค์มากมาย การประเมินคุณภาพศึกษา ทุกอย่างที่กล่าวมา ครู(อัตราจ้าง) คือกำลังสำคัญยิ่งที่นำพากิจกรรมต่างๆไปสู่เป้าหมาย
ความมั่งคง ความก้าวหน้าในอาชีพ เกียรติศักดิ์ศรีของครูไทย ไม่มีในครู(อัตราจ้าง) ชีวิตการทำงานของครู(อัตราจ้าง) เริ่มปฏิบัติงาน 07.30 น. เลิกปฏิบัติงาน 17.00 น. คือเวลาปกติ วันไหนมีกิจกรรมพิเศษเนื่องด้วยนโยบายภาครัฐ ต้องอยู่ประชุม จัดเตรียมงาน เอกสารกันวุ่นวายถึงค่ำ กลับบ้านไปต้องนำงานที่รับผิดชอบไปสานต่อให้เสร็จตามคำสั่ง ซึ่งครู(อัตราจ้าง) ช่วยกันปฏิบัติงานอย่างดี หวังให้สถานศึกษาเป็นสถานศึกษาที่มีความพร้อมตามนโยบายของรัฐ
อัตราการเข้าออกสูง เนื่องจากความไม่มั่นคง ไม่มีความก้าวหน้าในอาชีพ สวัสดิการไม่มี (บ้างท่านทำงานเป็นครูอัตราจ้างมา 6 ปี แม้แต่ประกันสังคมไม่มีให้) อัตราเงินเดือนตามวุฒิปริญญาตรี 7,260 บาทไม่มีเพิ่ม ถึงครู(อัตราจ้าง)จะทำงานดีมีผลงาน มีความคิดเชิงพัฒนา มีความเป็นครู ประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแค่ไหนอัตราเงินเดือนเท่าเดิม ไม่มีซี ไม่มีขั้น หลายท่านทำงาน 6 ปีด้วยความตั้งใจ มานะอดทน เพื่อเยาวชน เพื่อสถานศึกษา เพื่อสังคมประเทศชาติ ผลสุดท้ายไม่มีอะไรตอบแทนครู(อัตราจ้าง)ให้เงินเดือนไปเดือนๆ ส่วนใหญ่สถานศึกษาจ้างครู(อัตราจ้าง) 10 เดือน อีก 2 เดือนช่วงปิดเทอมไม่มีเงินเดือนให้ บางสถานศึกษาแก้ไขโดยให้ครู(อัตราจ้าง) ออกสอนระยะสั้นตามสถานที่ต่างๆเพื่อจะได้มีเงินเข้าสถานศึกษาและมีเงินเดือนให้ครู(อัตราจ้าง)ในช่วงปิดเทอม มุมหนึ่งมองว่าอาชีพครู(อัตราจ้าง)นี้คือ ทางผ่าน ที่พักริมทาง ทางเลือกสุดท้ายในการประกอบอาชีพ บางคนเรียกว่า “ครูปลอม” บางท่านเข้ามาเป็นครู(อัตราจ้าง)ได้ไม่ถึงเทอม มีอันต้องลาออกไปเพราะได้งานใหม่ที่สบายกว่าบ้าง สอบบรรจุราชการสายงานอื่นติดบ้าง บางท่านสอนมาหลายปีสวัสดิการไม่มีดูแล้วไม่ก้าวหน้า จำต้องลาออก ทั้งที่ครู(อัตราจ้าง)เหล่านั้นเขารักเด็ก รักการสอน รักที่จะพัฒนาการศึกษาของชาติ ไม่ว่าครู(อัตราจ้าง) จะเก่งจะมีประสบการณ์สอนมากี่ปี อัตราเงินเดือนก็เท่าเดิม หน้าใหม่หมุนเวียนเข้ามา มาเป็นครู(อัตราจ้าง) ใครมีความอดทน ทนได้ก็อยู่ไป ทนไม่ไหวหรือได้งานอื่นก็ลาออก ผลกระทบตกอยู่ที่นักเรียน (ที่ภาครัฐพูดอยู่เสมอ มุ่งให้เด็กเยาวชนมีความรู้ความสามารถ มีการศึกษา จบออกมาไม่เป็นภาระของสังคม) นักเรียนต้องเรียนกับครูใหม่มีประสบการณ์มาแล้วบ้าง พึ่งจบมาใหม่บ้าง กว่าจะเข้าที่เข้าทางใช้เวลานานพอควร พอครูใหม่เริ่มทำงานเข้าที่ มีประสบการณ์ ไม่นานมีอันต้องลาออกไป หมุนเวียนกันไปไม่รู้จักจบสิ้น นักเรียนที่เรียนหนังสือบ่อยครั้งสับสน คูรสอนไม่เหมือนกัน แนวทางจัดการเรียนการสอนต่างกัน กว่าจะเข้าที่จวนปิดภาคเรียนแล้วนักเรียนจะได้อะไร(เกิดสูญกาศทางการศึกษา)
ความจริงครู(อัตราจ้าง)ทั้งหลายเหล่านั้นไม่ต้องละทิ้งนักเรียน โดยการลาออกจากอาชีพไม่ต้องการดิ้นรนหางานใหม่ ไม่ต้องการอ่านข่าวรับสมัครงาน ข่าวเปิดสอบบรรจุสายงานอื่น ไม่ต้องการที่จะเริ่มกับอาชีพใหม่ เพียงเพราะครู(อัตราจ้าง)ต้องการความมั่งคง ความก้าวหน้า แต่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ไม่เปิดสอบบรรจุข้าราชการเลย มีข่าวลอยออกมาเป็นระยะ สุดท้ายเงียบ อีกประเด็นคือการบรรจุครู(อัตราจ้าง)ที่ทำงาน 5 ปีเป็นพนักงานของรัฐ ตำแหน่งครูพนักงานของรัฐ ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรี แตกต่างกับข้าราชการครู เทียบกันไม่ได้ นี่หรือคือการปฏิรูปการศึกษา การแบ่งชนชั้นครูในสังคมไทย แล้วเมื่อไหร่การศึกษาไทยจะพัฒนาเทียบชั้นอารยประเทศ
บุคลากรทางการศึกษานับวันจะมีจำนวนลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา ซึ่งก็มีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น เกิดจากการเกษียณอายุบ้าง การเปลี่ยนอาชีพบ้าง และอีกหลายประการที่ทำให้บุคลากรเหล่านี้มีจำนวนลดลงไป ลองนึกภาพว่าถ้าสถานศึกษา แห่งหนึ่งมีบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นราชการครู 3 ท่านนอกเหนือเป็นครู(อัตราจ้าง) 30 ท่าน อัตราการเข้าออกของครู(อัตราจ้าง)มีสูง แล้วการศึกษาของอาชีวศึกษาจะขับเคลื่อนไปได้อย่างไร เรื่องอัตราว่างจำนวนกว่า 500 อัตรา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 มาจนปัจจุบันนี้ ไม่เคยมีการสอบบรรจุครูเพื่อบรรจุในอัตราว่างนี้เลย
ปล่อยให้อัตราว่างไม่ถูกใช้มาหลายปี ส่วนสถานศึกษาที่ขาดครู ต้องทอดกฐิน ทอดผ้าป่า หาเงินไปจ้างครูมาสอน แก้ปัญหาด้วยตนเองเพราะสถานศึกษาไม่รู้จะหาครูที่ไหนมาสอนแต่ถ้ามีการเปิดสอบบรรจุ ทดแทนปัญหาเรื่องการมีครูไม่เพียงพอก็หมดไป แต่ไม่เป็นเช่นนั้นกลับเกิดปัญหาที่น่าวิตกเป็นอย่างมากขึ้นอีกตรงที่มาตรฐานและคุณภาพของครู(อัตราจ้าง)ที่รับมาทดแทนมีเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากหลายสถานศึกษาไม่มีมาตรฐานในการคัดเลือกครู(อัตราจ้าง)ที่มีคุณภาพเข้ามาเพื่อปฏิบัติงานในสถานศึกษาเหล่านั้น
ด้วยเหตุนี้ครู(อัตราจ้าง)สังกัดสอศ.จึงร่วมกันเขียนบทความเพื่อเล่าเรื่องราว หวังเป็นอย่างยิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อการศึกษาของชาติ สกัดกั้นมะเร็งร้ายในวงการศึกษา
ความคิดเห็นของครู(อัตราจ้าง) เพื่อพัฒนาบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพ ความมั่นคงมีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ให้สมกับคำว่า “ครู” ที่ผู้คนยกย่องว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ไม่ใช่ว่าเป็น ”ครูปลอม”อย่างทุกวัน
คำถามที่ฝากถึงท่าน รมว. ทุกวันนี้ สพฐ. อบต. เปิดสอบกันหลายพันอัตราทั่วประเทศ คนดีๆ เก่งๆ ที่เป็นลูกจ้างของ สอศ. แห่กันไปสอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ใครที่ได้ถือว่ามีโชคดี ไม่ต้องทนทุกข์ ทุกข์ใจกับการเป็น ครูจ้างของ สอศ. ที่ไร้ความมั่นคง ที่รอคอยความหวังลมๆ ที่ครูจ้างทั้งหลายหวังว่าวันหนึ่งจะมีอะไรดีขึ้น ไม่รู้ว่าผู้มีอำนาจในการบริหาร จัดการ อาชีวศึกษาทำอะไรกันอยู่ คนของอาชีวศึกษาดีๆก็มีมาก ตอนนี้ไปอยู่ที่ สพฐ. อบต. ก็หลายคน อีกหน่อยก็คงเหลือแต่สิ่งที่ไม่มีคุณภาพเพราะคนดีๆ เขาคงออกไปหมดแล้ว แล้ว พ.ร.บ. คลอดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรดีขึ้นไหม กับชีวิตครูจ้าง ท่านอย่าลืมนะ รูรั่วเล็กๆรูหนึ่งสมารถทำให้เรื่อลำใหญ่จมน้ำมามากแล้ว ทุกวันนี้อาชีวศึกษาแย่ ใครๆก็รู้ ปล่อยให้มีแต่ครูจ้างเต็มไปหมด คุณภาพ ประสิทธิภาพอยู่ที่ไหน ลองหันกลับไปดู วิทยาลัยเล็กๆดูบ้าง มีข้าราชการ 3 คน ครูจ้าง 40 อนาคตอาชีวศึกษาไม่ต้องพูด ผมว่าเข้าขั้นวิกฤติ ตราบใดยังปล่อยให้มีครูจ้าง ขาดกำลังขวัญกัน ท่าน รมว. พิจารณา ดูด้วยนะครับท่านคงไม่อยากเห็นภาพ ครูสอนไปหางานทำไป ว่าเห็นควรให้อาชีวศึกษาเปิดสอบเหมือนกับหน่วยงานอื่นบ้าง
ครูอัตราจ้างใน สอศ.ส่วนใหญ่เป็นวุฒิ ปทส.ซึ่งเทียบเท่าปริญญาตรี ที่อาชีวศึกษาผลิตออกมาเพื่อเป็นครูของอาชีวะ เป็นวุฒิที่ไม่เป็นที่รู้จักในองค์กรอื่นซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังเปิดสอนอยู่ พออาชีวศึกษาเปิดรับครูจ้าง ปทส. ไม่ยอมรับ ไปรับ วุฒิอื่นเช่น วศบ. ศศบ. ในบางสถานศึกษาเปิดสอบเป็นครูจ้าง ในสถานศึกษาอาชีวศึกษา เขาไม่รับ ปทส. มีคนแข่งสอบกัน ปรากฏว่า ปวส. ได้เป็นครูจ้าง ปทส. ไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้นกับวงการศึกษาไทย
(อยากให้นำบทความที่ท่านเห็นว่าสมควรกระจายข่าวให้สังคมรับรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดี ตอบกลับด้วยนะครับว่าผลเป็นประการใด)

ด้วยความเคารพยิ่ง
ครูจ้าง สอศ.
http://www.moe.go.th/mail2me/mail2me.php?wemail=varakul_new@yahoo.com&name=varakul_new@yahoo.com

 
 
ยิ่งในสภาพปัจจุบัน ตราบใดยังปล่อยให้มีครูจ้าง ขาดกำลังขวัญ ฯ
 

โดยคุณ ผู้อยู่นอกโรงละคร (58.147.82.*) [ 21 ก.พ. 2550 01:50 น. ] ผู้ตอบคนที่ 10
เห็นประเด็นปัญาการจัดการศึกษา อาชีวศึกษา ซึ่งมีสถานศึกษาไม่กี่แห่งในประเทศไทย ถ้านับจำนวนสถาบันการศึกษาที่จัดหลักสูตร ปวช - ปวส ส่วนของ ปวช ก็คือส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐานเพราะต่อจากชั้น ม.3 เห็นปัญหาทางแยกสายการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากชั้นปีที่ 9 ไปถึงชั้นปีที่ 12 ในสาย ปวช มันสะท้อนนโยบาย และเป้าหมายการพัฒนากำลังคน โดยเฉพาะกำลังคนที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อพัฒนาผลิตภัณฒ์เพื่อการแข่งขันกับต่างชาติ ***ส่วนจำนวนนักเรียนที่เรียน ปวช กับจำนวนนักรียนเรียน ม.ปลายสายสามัญ จะเห็นว่า นักเรียนที่เรียนสายอาชีวศึกษายังน้อยกว่าพวกที่เรียนสายสามัญเพื่อมุ่งเรียนต่ออุดมศึกษา เพื่อจบปริญญาตรีก่อนจึงหางานทำ พยากรณ์ได้เลยว่าอัตราการว่างงาน หรือหางานทำไม่ได้ตามวุฒิ ความรู้ความสามารถ(ที่ไม่ค่อยจะมีทักษะปฏิบัติ) จะมีแนวโน้มสูงยิ่งขึ้นในอนาคต ส่วนนักเรียนที่เรียนสายอาชีวศึกษา ก็หางานทำได้ยากเนื่องจากทักษะ ความสามารถไม่ถึงระดับที่นายจ้างเขาจะยอมรับได้ จะไม่กล่าวโทษผู้เรียนหรอกครับ แต่จะวิจารณ์กระบวนการบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่ถือเป็นความสำคัญในกระบวนการผลิตกำลังคนส่วนนี้ที่จะป้อนภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ภาคการผลิต ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศ วิทยาลัยที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆของประเทศ ขาดเครื่องมืออุปกรณ์การเรียนภาคปฏิบัติ จะอาศัยสถานประกอบการภายนอกก็ไช่ว่าจะมีรองรับและให้การสนับสนุนสถานศึกษาเพราะสถานประกอบการก็ไม่มีอยู่ใกล้หรือตั้งอยู่คู่สถาบัน ปัจจัยที่สำคัญก็คือครูสอน มีแต่ครูอัตราจ้างชั่วคราวหรือพนักงานราชการซึ่งความรู้ความสามารถไม่ถึงระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ แล้วจะไปหวังคุณภาพให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ ต้องการอัตรากำลครูที่มีวุฒิ วิชาเอกเฉพาะที่จะสอนวิชาหลักๆในสายการเรียนที่จะปูพื้นฐานทางวิชาการ เพื่อเรียนต่ออุดมศึกษาก็เช่นเดียวกัน กระบวนการบริหารงานบุคคล ที่ อกคศ เขตพื้นที่การศึกษา ที่ย้ายครูจากโรงเรียนประถม เข้าโรงเรียนมัธยม ที่ไม่ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถเฉพาะ พากันทำให้เกิดเป็นกรณีปัญหาซึ่งมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการสอน กำลังเป็นปัญหามากอยู่ในขณะนี้ บางโรงเรียนต้องการครูคณิตศาสตร์ ต้องการครูวิทยาศาสตร์ พวกเขาก็อนุมัติให้ย้ายครูวิชาเอกนาฏศิลป์ไปให้ ไม่ทราบว่ากรณีปัญหาทั้งหลายที่เกิดจากความด้อยทางปัญญาของ อกคศ.เขตพื้นที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะทราบปัญหาอย่างนี้ไหม และเกิดปัญหาอย่างนี้ที่เขตพื้นที่การศึกษาใดบ้าง เลยไปถึงปัญหาการโยกย้ายผู้บริหารโรงเรียนจากช่วงชั้นที่ 1 ที่2 ไปโรงเรียนมัธยมศึกษา ไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวหรอก ว่า ก็จบปริญญาโท บริหารการศึกษามาด้วยกันทั้งนั้น ก็ไปบริหารได้เหมือนกันนั่นแหละ ถ้าอ้างเหตุผลอย่างนี้ ก็จะขอเสนอต่อท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาโปรดเสนอต่อท่านรัฐมนตรีว่าการ ศธ ว่า ขณะนี้ สอศ มีปัญหาเรื่องไม่มีอัตราที่จะลงตำแหน่งผู้บริหารสถาบันการศึกษาของ อาชีวศึกษา ขอรับโอนย้ายผู้บริหารโรงเรียนจากโรงเรียนประถมศึกษาไปเป็น ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพที่ยังไม่มีผู้บริหารววิทยาลัยให้ด้วย แทนอัตราที่หายไป ขอทดแทนไม่ได้ ครูสอนก็ขาดแคลนไม่ได้รับจัดสรรอัตรากำลังครู อาจารย์ให้ทางอาชีวศึกษา ก็ให้ขอรับย้ายครูจากโรงเรียนประถม ซึ่งมีครูเกินจำนวนมาก บางโรงเรียน นักเรียนทั้งโรงเรียนมีนักเรียน 29 คน มีครูตั้ง 3 คน เฉลี่ยนักเรียน ต่อครู 9 ต่อ 1 เกินเกณท์ที่ กคศ กำหนด โรงเรียนประถม อยู่ในสภาพครูเกินเกณท์แบบนี้จำนวนไม่น้อยนะครับ ก็ครูเขาจบปริญญาตรีเหมือนกันแหละเขาก็ต้องสอนได้ ไหนๆก็เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะได้เป็นพื้นฐานแบบเท่าเทียมกันหมด มาตรฐานคุณภาพก็จะได้ใกล้เคียงกันหมดทุกระดับช่วงชั้น ประเด็นข้อเสนอข้างต้นนี้น่าจะได้เป็นประโยขน์ในนโยบาย และแนวทางการบริหารจัดการได้ตามสมควรนะครับท่าน ถ้าท่านเห็นว่าไม่เป็นเหตุผลที่จะรับฟังได้ แล้วท่านจะพิจารณาเอาหลักเหตุผลใดเป็นหลักสำหรับการตัดสินใจในการบริหารจัดการ ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพ การกระจายอำนาจให้คณะบุคคลที่ท่านก็ไม่ค่อยจะรู้ศักยภาพของคน พอปล่อยให้เขาทำ ผลตามมาก็คือเพิ่มปัญหาให้มากขึ้น ถามว่าใครรับผิดชองกับปัญหาที่เกิดวับซ้อนทับถมมากขึ้น ท่านรับผิดชอบอย่างไร ผมอยากจะขอร้องต่อท่านรัฐมนตรี ทราบปัญหาทั้งหลายแล้ว ถ้าตั้งใจแก้ไขก็ของให้รีบจัดการแก้ไข อย่าช้านะครับท่าน ช้าไป ตัวปัญหาใหญ่จะเกิด แล้วท่านจะแก้ไขไม่ได้ นะครับ ระบบบริหารกระทรวงศึกษามีโอกาสล่มสลายเพราะความขัดแย้ง ความแตกแยกเนื่องจากขาดระบบที่ดี ใครทำให้พวกเขาเป็นผู้รับเคราะห์กรรม ครับ ใครทำให้พวกเขาพากันเล่นตลกให้ชาวบ้านดู ครับ มันไม่น่าดูเลยนะครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สนับสนุน การเมืองใหม่
ปฎิรูปการศึกษา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
การบริหารงานของท่านไม่โปร่งใส/เอกสารด้านบน 2 แผ่น20.03.09
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

ข้อสังเขปการพิจารณาความดีความชอบวอศ ลป    1เมย.52นี้

วางตัวครูแผนกบัญชีให้ได้ 2 ขั้น  ทั้งหมด  4 คน นำทีมโดย หัวหน้างานการเงิน(บ่อยมาก)

ถ้ามองในด้านจิตวิทยา....องค์กรไหน ให้ ขั้นใคร..แสดงว่า...ด้านนั้น  น่าจะ..... จุ๊ จุ๊  มีปัญหา  และยิ่งยกทีมด้วยแล้ว...ยิ่งน่าสงสัย

ยิ่ง องค์กรใด จะ พัฒนาด้านใดด้านหนึ่งสู่ความเป็นเลิศ( ต้องไม่ทำลายบุคคลอื่น/ เอาเปรียบ/(บูรณาการ)ดัน

เสียบ

  บุคคลอื่น สาขาวิชาอื่นๆ  องค์กรที่มีคุณธรรม ต้องไม่ทำให้บุคคลที่มีอยู่ในองค์กรด้วยรู้สึกว่ากำลังสูญเสีย

 ไม่ว่าทางนโยบาย

หรือ การบริหารจัดการไม่มีคุณภาพ
หากผู้บริหารองค์กรหนึ่งองค์กรคิดได้แต่เพียงว่า นำสาขาใดสาขาหนึ่งสู่ความเป็นเลิศเพื่อการกอบโกยการบริหารจัดการ

งบประมาณใด  สาขานั้นๆจะได้มากๆ ละก็  นั่นคือความล้มเหลว ขององค์กรนั้น อย่างน่าสมเพช 
ข้อเสนอแนะ   หากองค์กรใดต้องการสาขาใดสาขาหนึ่งสู่ความเป็นเลิศ ยิ่งต้องดูแลปกป้องผลประโยชน์ หาวิธีคิด

(บริหาร-ค่าตอบแทน
อื่นๆ  ให้กับสาขาอื่นๆ ให้ดีเลิศกว่า )องค์กรนั้นจึงจะประสบความความสำเร็จ ไม่ใช่ถีบ ฉกฉวย บูรณาการจากผลผลิต/ผลงานของสาขาอื่นแล้วกอบโกย 
บันทึกสมุดทำความดีที่ให้ข้าราชการทำส่ง ไม่ต้องเสนอเพื่อเป็นเกณฑ์พิจารณาความดีความชอบหรอกเสียเวลา
ทำโครงการแทนคุณแผ่นดิน ดีกว่าไหม สังคมยังได้ประโยชน์

 
 
 
 
 
 
 

บทความวิชาการ...ตอน กว่า เธอ(  ผ้าและเครื่องแต่งกาย )..... จะได้คุณวุฒิปวช. ปวส. และได้ ป.ตรี
 
กราบ เรียน...ผุ้บริหาร  ที่ ประสงค์จะยุบแผนกผ้า ฯ เพื่อทราบ
 
    • อาชีพทุกอาชีพ.... ได้รับการยกย่อง ......ได้รับการเลื่อนระดับ...... มีการเทียบวุฒิ .....
    • มีการเทียบโอน.... มีการถ่ายทอด และที่สำคัญมี....ความหมายยิ่งกว่าที่คนจะเข้าใจ
    • เพราะเป็นชีวิต เป็นวัฒนธรรม และเป็นชาติ การ อนุรักษ์การถ่ายทอด จากแม่สู่ลูก
    • การมีอาชีพ ตัดเย็บเสื้อผ้า ส่งผลถึงการทอผ้า การพัฒนาท้องถิ่นอาชีพผ้า (ทอ เย็บ)
    • ผ้าและเครื่องแต่งกายเป็นอาชีพ หนึ่งที่ศูนย์ศิลปาชีพ ทรงอุปถัมป์  ซึ่งความจริงแล้ว ในอดีต สอศ.(70 ปี)
    • ก่อนได้รับเกียรติ ได้รับความไว้วางใจในการทำภาระกิจนี้
    • หากท่านคลิกหน้า google ว่าโรงเรียนทอผ้า  อาชีวทุกจังหวัด ได้รับเกียรติมาแล้วทั้งสิ้น
    • ในสภาพปัจจุบัน  วิทยาลัยไหนยังคงรักษาเกียรตินี้ไว้ ควรได้รับ พิจารณา เป็นสถานศีกษา
    • พระราชทาน เป็นอย่างยิ่ง   

 
    • การที่ผู้บริหาร วอศ.ลป. ประกาศ ว่าจะยุบปวช. ปวส. ผ้า ให้ ครูแผนกผ้า ไปสอนหลักสูตรระยะสั้น แทน 
    • ให้ ออกไปสอนกลุ่มแม่บ้านตามหมู่บ้านต่างๆแทน
    • โดยไม่พยายามที่จะ สนับสนุน ปวช. ปวส. ในระบบนั้น 
    • ข้าพเจ้าขอแสดงความคิดเห็นว่า
    • สารพัดช่างลำปาง ศูนย์สงเคราะห์ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน  สนง.พัฒนาชุมชน 
    • สหกรณ์การเกษตร ฯลฯหน่วยงานอื่นๆ ในท้องถิ่นทำกันอยู่แล้ว
    • อาชีวศึกษาลำปางตั้งขึ้นมาเพื่อยกระดับวิชาชีพในระบบสำหรับอาชีพ ผ้า อาหาร คหกรรม
    • ให้ได้วุฒิ ปวช ปวส .และ ปตรี
    •  
 

 
  • การพัฒนาอาชีพที่ยั้งยืนคือ
  • การพัฒนา วัยรุ่น  ในระบบ ในสถาบัน และการที่ ยกระดับการศึกษาวิชาชีพ เป็น ปวช.  ปวส.  ป. ตรี
  • เพื่อยกระดับสัมมาอาชีว สู่ สากล 
  • สู่ ความเป็นคนที่สมบูรณ์โดยอาศัยกุศโลบาย ที่แยบยล ในการให้ วัยรุ่นสนใจวิชาชีพ เพื่อสร้างรายได้ สร้างสังคม
ด้วยเหตุ ความคิด ส่วนตัว  ที่กล่าวมาแล้วนั้น..
 
 
ข้าพเจ้าจึงขอยืนหยัด  และขออนุญาต..เขียนบทความ พัฒนาอาชีวศึกษา  เพื่อคงรักษาไว้ ถึง
การเรียน-การสอน แผนกผ้าฯในระบบ
ของวอศ.ลป
เป็นตอนๆต่อไป 
และจะขอเป็นยามเฝ้าแผ่นดินให้ลำปางเพื่อยกระดับวิชาชีพผ้าและเครื่องแต่งกาย
ให้อยู่ในระบบ เพื่อยกระดับวิชาชีพ ผ้าฯ ให้มีวุฒิการศึกษา อาชีพผ้าต้องเป็นอาชีพที่มีเกียรติ  อาชีพผ้า
ต้องเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรี มีปริญญา 
 

 
 
7 .11.08
19.48น.
 
 
 
 

เรียน..ผู้บริหารระดับสูงคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

 

เชิญชม...นิทรรศการ “หมามอง...มองหมา” จัดแสดง ณ Gossip Gallery สุขุมวิท 28 จนถึงวันที่ 18 ม.ค. 2552 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.3020.30 น

 

 

 

 

“              เขียนจากภาพถ่าย แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว มาจัดองค์ประกอบใหม่ สุนัขที่เห็นเป็นสุนัขข้างถนนหมดเลย จะเน้นหน้าและแววตา ความเป็นตัวเขากับบรรยากาศนั้น จะไม่เห็นภาพอื่นๆ แบบแลนด์สเคป เพราะจุดประสงค์คือเริ่มมาจากเห็นสุนัขจรจัดแล้วอยากจะสร้างงานออกมา เราเห็นหน้ากับตาเขาที่มองมา ผมก็อยากสร้างเป็นงาน ต้องการให้คนดูได้เห็นเงาสะท้อนในแววตาของเขา ถ้าหมามองเขาจ้องมาที่ตัวเรา ต้องการให้คนคิดสักนิดหนึ่งว่าสิ่งมีชีวิตตรงนี้ที่คุณคิดว่าเพื่อนให้ดูแลเขาตลอดชีวิต ไม่ใช่ช่วงที่อยากได้เข้ามาเลี้ยงเท่านั้น ผมคาดหวังว่าคนคงจะมีความรู้สึกอะไรดีๆ กับสิ่งมีชีวิตตรงนี้บ้าง สุนัขเร่ร่อนที่ผมนำมาสื่อในผลงานชุดนี้ เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความงามที่ถูกทอดทิ้ง”

 

หมามอง...มองหมาคิดอะไรกันอยู่นะ?

รายงานโดย :มัลลิกา นามสง่า:
วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

“แววตา” ละห้อย โศกเศร้า เว้าวอน ร้องทุกข์ ฯลฯ ของสุนัขข้างถนนที่ส่งมาถึง “วิทยา สุดประเสริฐ”

ส่งผลกระทบรบกวนจิตใจเขาอย่างแรง ไม่ว่าจะด้วยชะตากรรมของเจ้าของแววตา และอีกหลายเรื่องที่ชายคนนี้ใช้ความรู้สึกรับรู้ได้ว่า พวกมันอยากจะร้องทุกข์ ทั้งยังมีอีกหลายเรื่องที่เขายากจะคาดเดาได้ว่า สุนัขเหล่านั้นคิดอะไร (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวเขา)

นิทรรศการ “หมามอง...มองหมา” เป็นผลงานจิตรกรรมชุดล่าสุดของ วิทยา สุดประเสริฐ ที่ใช้เทคนิคสีอะครีลิกแต่งแต้มผลงานให้ชมถึง 29 ภาพ โดยพระเอกของงานคือ “สุนัขข้างถนน” จำนวน 25 ตัว จากท้องถนนกทม. และต่างจังหวัด ซึ่งศิลปินบรรจงถ่ายทอดความงามที่ถูกทอดทิ้ง และนัยบางอย่างที่ต้องการสื่อ

“เมื่อผมมองสุนัขเหล่านั้น ผมรู้สึกสงสารพวกมันจริงๆ บางตัวถูกทำร้ายและทรมานโดยฝีมือมนุษย์ที่ขาดความรับผิดชอบ จนได้รับบาดเจ็บ และบางตัวก็ถึงขั้นพิการในที่สุด แต่บางตัวก็ป่วยอ่อนแอและมีอาการปางตาย เนื่องจากขาดอาหาร”

วิทยาไม่เคยเขียนภาพสุนัขมาก่อน และไม่มีความตั้งใจว่าจะเขียน ทว่าความบังเอิญที่เกิดขึ้นเปี่ยมไปด้วยเจตนาอันแรงกล้าที่จะส่งต่อความเศร้าของการพบเห็นสุนัขข้างถนนที่ถูกทอดทิ้งถึงมนุษย์ผู้ทอดทิ้งสุนัข

“ในขณะที่ผมได้หยุดนั่งพักบนชายหาด เพื่อเตรียมเขียนภาพทิวทัศน์ของทะเลที่สวยงาม สำหรับงานนิทรรศการครั้งต่อไป ผมก็ได้สังเกตเห็นสุนัขเร่ร่อนตัวหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าผม เขามีแววตาซึมเศร้าและอิดโรย ลำตัวเลอะเทอะไปด้วยสีสเปรย์ที่ถูกเด็กๆ แกล้งเอามาพ่นใส่บนตัวเขาอย่างสนุกสนาน ขณะที่ผมมองเขานั้น ผมก็รู้สึกสงสารสุนัขตัวนี้อย่างจับใจ ร่างกายผอมโซ ผิวหนังมีบาดแผลมากมาย

หลังจากที่ได้จ้องมองสุนัขเหล่านี้ ผมก็เกิดความคิดและมีความตั้งใจจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสุนัขเร่ร่อนนี้ขึ้นมา อย่างไรก็ดี ขณะที่ผมกำลังเฝ้ามองสุนัขพวกนี้ ผมก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจขณะที่พวกเขากำลังมองกลับมาที่ผม เขารู้สึกสงสารหรืออิจฉาผมอยู่หรือเปล่า เขากำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งผมสงสัยเป็นอย่างมาก”
นิทรรศการก่อนหน้านี้ของวิทยาคือ “แววตาและใบหน้า” (Faces & Eyes) ซึ่งครั้งนั้นเขาถ่ายทอดแววตาและใบหน้าของบุคคลที่มีชื่อเสียง และใช้สีสันที่รุนแรง นั่นเพราะเขามีความชอบและความถนัดในการเขียนภาพแนวเอกซ์เพรสชันนิสต์

นิทรรศการหมามอง...มองหมา จึงเสมือนการต่อยอดทางด้านเทคนิคและวิธีคิด ดังนั้นภาพสุนัขที่เห็นจึงเน้นที่ใบหน้าและแววตา สื่อให้เห็นอารมณ์ ความรู้สึก ส่วนสีสันนั้นก็มีกลิ่นอายเดิมๆ บ้าง ทว่าปรับอารมณ์ให้อยู่ในบรรยากาศเศร้า โดยใช้สีเทาเป็นองค์ประกอบในการสร้างภาพขึ้นมา

“เขียนจากภาพถ่าย แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว มาจัดองค์ประกอบใหม่ สุนัขที่เห็นเป็นสุนัขข้างถนนหมดเลย จะเน้นหน้าและแววตา ความเป็นตัวเขากับบรรยากาศนั้น จะไม่เห็นภาพอื่นๆ แบบแลนด์สเคป เพราะจุดประสงค์คือเริ่มมาจากเห็นสุนัขจรจัดแล้วอยากจะสร้างงานออกมา เราเห็นหน้ากับตาเขาที่มองมา ผมก็อยากสร้างเป็นงาน ต้องการให้คนดูได้เห็นเงาสะท้อนในแววตาของเขา ถ้าหมามองเขาจ้องมาที่ตัวเรา ต้องการให้คนคิดสักนิดหนึ่งว่าสิ่งมีชีวิตตรงนี้ที่คุณคิดว่าเพื่อนให้ดูแลเขาตลอดชีวิต ไม่ใช่ช่วงที่อยากได้เข้ามาเลี้ยงเท่านั้น ผมคาดหวังว่าคนคงจะมีความรู้สึกอะไรดีๆ กับสิ่งมีชีวิตตรงนี้บ้าง สุนัขเร่ร่อนที่ผมนำมาสื่อในผลงานชุดนี้ เปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความงามที่ถูกทอดทิ้ง”
นิทรรศการ “หมามอง...มองหมา” จัดแสดง ณ Gossip Gallery สุขุมวิท 28 จนถึงวันที่ 18 ม.ค. 2552 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา
10.30-20.30น

 

http://www.posttoday.com/lifestyle.php?id=25020

โปรดติดตาม บทความวิชาการ  เพื่อพัฒนาอาชีวศึกษา  ตอนต่อไป 

ชื่อตอน....เธอตั้งชื่อสวยเก๋...ว่า  ..เป็นการบูรณาการ

    และ....บันทึกหลังสอนวิชากางเกงสตรี จากมุมมองครู 2 ประเภทระหว่างครูที่เรียนจบวิชาครู(ก่อน)ปฐมวัย

กับ ครูผู้สอนที่เรียนวิชาวิทยาการการสอน(เกียรตินิยม)(บริหารการศึกษา)น่าสนใจเบื้องหน้า-หลังลงลึก ถึงบทความร้องเรียน ผลกระทบ และตัวนศ.ที่ต้องตกเป็นเหยื่อสังคม ในสภาพ ที่ปล่อย ไม่ได้...โปรดติดตามนะค๊ะ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

นี่คือคำตอบ/ที่ดีที่สุด

 

 

 

 

แผนปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2552

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

 

          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้ดำเนินการในการผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อสนองตอบความต้องการกำลังคนในการพัฒนาประเทศ โดยในปี 2551 ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการอาชีวศึกษา เพื่อสร้างความนิยมในการเรียนวิชาชีพให้กับสังคม มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณผู้เรียน ในขณะเดียวกันได้ใช้กิจกรรมการบริการสังคมในโครงการและวาระพิเศษต่างๆเพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงศักยภาพของผู้เรียนอาชีวศึกษา และเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียนทั้งในด้านการฝึกงานวิชาชีพและปลูกฝังสำนึกการบริการสังคม  นอกจากนี้ได้เน้นเครือข่ายความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมรับผิดชอบและมีบทบาทในการจัดการอาชีวศึกษาร่วมกันมากขึ้น ผลการดำเนินการดังกล่าวในปี 2551 ช่วยทำให้การอาชีวศึกษาเป็นที่รู้จักกับสังคมมากขึ้น และกลุ่มเป้าหมายต่างต้องการเข้าสู่ระบบอาชีวศึกษา  ดังนั้นในปี 2552 นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงต้องการที่จะพัฒนาด้านคุณภาพให้เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับปริมาณผู้เรียน และขยายบทบาทการจัดการอาชีวศึกษาสำหรับผู้เรียนที่เป็นผู้มีงานทำแล้ว ผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพ และผู้ที่กำลังหางานทำให้มากขึ้น  และให้ความสำคัญกับการค้นหา พัฒนา เผยแพร่ นวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อสร้าง และพัฒนาอาชีพให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ จึงได้กำหนดแผนปฏิบัติราชการในปีงบประมาณ 2552 ไว้ดังนี้

 

 วิสัยทัศน์

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นองค์กรหลักที่มุ่งมั่นผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

พันธกิจ

•       จัดการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพให้มีคุณภาพมาตรฐาน

•        ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพ อย่างทั่วถึงและเสมอภาค

•        วิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาองค์ความรู้ เพื่อการพัฒนาอาชีพ

ในการผลักดันให้วิสัยทัศน์และพันธกิจบรรลุตามเป้าหมายนั้น สำนักงานคณะกรรมการ

การอาชีวศึกษาได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 6 ยุทธศาสตร์ 35 กลยุทธ์  ดังนี้

 

 

 

 

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพให้มีคุณภาพ
มาตรฐาน

 

          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีภารกิจเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพโดยคำนึงถึงคุณธรรมและความเป็นเลิศทางวิชาชีพ

การพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ จะเน้นการผลิตกำลังคนให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนให้มีการรับรองสมรรถนะของบุคคลในการประกอบอาชีพ เสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ และสร้างค่านิยมที่ดีต่อการอาชีวศึกษา  โดยมีเป้าประสงค์ให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพมีคุณภาพ มาตรฐาน มีงานทำและดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในสังคม   โดยมีกลยุทธ์หลักคือ 

1.      พัฒนาครูและบุคลากรอาชีวศึกษา

2.      เร่งรัดพัฒนาคุณภาพและสมรรถนะผู้เรียน

3.      สร้างมาตรฐานและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล

4.      ส่งเสริมการประกันคุณภาพสถานศึกษา

5.      ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ

6.      พัฒนาสถานศึกษาและสถาบันการอาชีวศึกษาให้ได้มาตรฐาน มีความเป็นเลิศทางวิชาชีพ

7.      สร้างเสริมประสบการณ์วิชาชีพ ปลูกจิตอาสา ด้วยการบริการสังคม

8.      ส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศ สื่อ นวัตกรรม มาใช้ในการเรียนการสอน  เสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ

9.      สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการอาชีวศึกษา

 

ยุทธศาสตร์ที่ 2 : สร้างเครือข่ายและส่งเสริมความร่วมมือ

 

การผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตรงตามความต้องการของประเทศ ต้องได้รับร่วมมือกับองค์กรที่ต้องการใช้กำลังคน ตั้งแต่ภาคการผลิต  เอกชน  รัฐวิสาหกิจ และชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษาทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การกำหนดหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอนในการผลิตกกำลังคนได้ตรงกับความต้องการภาคการผลิตและความต้องการของผู้ใช้   โดยมีเป้าประสงค์ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและท้องถิ่น  และมีกลยุทธ์ คือ

1.      ส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือในการจัดอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพทั้งในและต่างประเทศ

 

 

2.      สร้างความเข้มแข็งในการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือในการจัดอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ

3.      พัฒนาฐานข้อมูลความร่วมมือ

4.      พัฒนาศูนย์กำลังคนอาชีวศึกษา

5.   ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพของสถานศึกษาเอกชน สถานประกอบการและเครือข่าย

 

ยุทธศาสตร์ที่ 3: พัฒนาระบบบริหารจัดการอาชีวศึกษา

                        คุณภาพของการอาชีวศึกษา มีระบบการบริหารจัดการอาชีวศึกษาองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดที่จะส่งผลต่อคุณภาพ  การปฏิรูประบบราชการ  พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546   และนำแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award : PMQA)  ซี่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนาองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศ  ในขณะที่กฎหมายการอาชีวศึกษาได้ระบุถึงการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งต้องมีการพัฒนาระบบการบริหารและจัดการในรูปแบบสถาบันการอาชีวศึกษาควบคู่ไปด้วย อีกทั้งจากการประกาศใช้กฎหมายการอาชีวศึกษาดังกล่าว มีผลให้ต้องสร้างกฎหมาย กฎระเบียบ ต่างๆเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ ดังนั้นเพื่อให้การพัฒนาระบบบริหารและจัดการอาชีวศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้กำหนดกลยุทธ์ไว้ดังนี้

1.      จัดและพัฒนาโครงสร้างการบริหารงานให้เป็นไปตาม ก.ม.การอาชีวศึกษาและ

     ก.ม.อื่นที่เกี่ยวข้อง

2.      พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและธรรมาภิบาล

3.      พัฒนากฎหมาย กฎ ระเบียบ  ข้อบังคับ

4.      กระจายอำนาจการบริหารจัดการสู่สถานศึกษาและสถาบัน

5.      ผลักดันการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา

6.      พัฒนาระบบติดตามและประเมินผลให้มีประสิทธิภาพ

7.      พัฒนาระบบการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพ

8.      ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและการให้บริการ

9.      เสริมสร้างสวัสดิการและขวัญกำลังใจ

 

 

 

 

 

ยุทธศาสตร์ที่ 4 : ขยายโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

                   มุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาวิชาชีพให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาด้านวิชาชีพที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ทั้งการศึกษาในระบบ

การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย  โดยมีจุดมุ่งหมายให้คลอบคลุมประชาชนทุกเพศ
ทุกวัย และกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน วัยแรงงาน สตรี ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส
คนพิการ ผู้ห่างไกลทุรกันดารและชนกลุ่มน้อย มีกลยุทธ์ดังนี้

 

1.      ส่งเสริมและพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ด้วยรูปแบบที่

     หลากหลายทั้งในระบบ นอกระบบ และทวิภาคี  

2.      ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ประชาชนในการสร้างงานสร้างรายได้

3.      จัดการศึกษาวิชาชีพแก่ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ  ผู้สูงอายุ

4.       ส่งเสริมให้มีการสร้างรายได้ระหว่างเรียน

 

ยุทธศาสตร์ที่ 5 : จัดอาชีวศึกษาเพื่อสร้างเสริมความมั่นคงของรัฐ

          ส่งเสริมการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดน ให้เป็นกลไกเสริมสร้างความสมานฉันท์ สันติวิธี

วิถีประชาธิปไตย บนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่

มีความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาวิชาการ/วิชาชีพ เตรียมความ

พร้อมรองรับการเปิดเสรีการค้าในอนาคต  โดยหวังผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิชาชีพ

ในภูมิภาค โดยเฉพาะสาขาที่มีศักยภาพและความพร้อม  ประกอบไปด้วยกลยุทธ์  ดังนี้

1.      ส่งเสริมและพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพในเขตชายแดนภาคใต้

2.      ส่งเสริมและพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพในพื้นที่ชายแดน และเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ

3.      ส่งเสริมและพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพตามโครงการพระราชดำริ

4.      ส่งเสริมและพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างความเข้าใจอันดี

 

 

 

 

 

 

 

 

ยุทธศาสตร์ ที่ 6 สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี  

          เพื่อให้การอาชีวศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้  ตั้งแต่การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ

ให้เอื้อต่อการเรียนรู้  การสร้างองค์ความรู้ และนวัตกรรมทางวิชาชีพ  การเชื่อมโยงการวิจัยกับกระบวนการจัดการเรียนการสอนวิชาชีพ มีกลไกนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง มีกลยุทธ์  ดังนี้

1.   ส่งเสริมพัฒนาการวิจัย  สร้างนวัตกรรม  สิ่งประดิษฐ์ และการวิจัยเชิงนโยบาย การวิจัยเพื่อตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการ

2.      ส่งเสริมการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการและการเรียนการสอน

3.       ส่งเสริมให้นำความรู้ เทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ไปใช้พัฒนาอาชีพ จดสิทธิบัตร และพัฒนาสู่เชิงพาณิชย์

4.      พัฒนาระบบบริหารจัดการ เครือข่ายงานวิจัย และการจัดการความรู้อาชีวศึกษา ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

 


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ผู้ดูแลระบบ
[ แก้ไขหน้านี้ | แก้ไขเทมเพลท | เข้าสู่ระบบ | ออกจากระบบ ]

เมนูนี้จะแสดงก็ต่อเมื่ออยู่ในโหมดการล็อกอินเท่านั้น เมื่อเลิกใช้งานกรุณา ออกจากระบบ

 



ผู้ดูแลระบบ
[
แก้ไขหน้านี้ | แก้ไขเทมเพลท | เข้าสู่ระบบ | ออกจากระบบ ]

เมนูนี้จะแสดงก็ต่อเมื่ออยู่ในโหมดการล็อกอินเท่านั้น เมื่อเลิกใช้งานกรุณา ออกจากระบบ

 

 

 

 

 



ผู้ดูแลระบบ


 

 

 

 

 

 

 

 

 


คลิ๊กนี้มีความหมาย